Tablet ปี 2019 ที่น่าสนใจ

ipad air 2019 ราคา

          การพัฒนาที่รุดหน้าของเทคโนโลยีช่วยให้เราได้พบเจอกับความสุขในการทำงานและความสุขในความบันเทิงเป็นอย่ามาก และ Tablet ก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมมากในการทำกิจกรรมเหล่านั้น เพราะความสะดวกสบายและประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงคอมพิวเตอร์ขึ้นไปทุกวัน ยกตัวอย่างเช่น “ipad air 2019 ราคา”เริ่มต้นที่ 17,900 บาท ก็มีคุณสมบัติที่น่าประทับใจมากมาย

          และในปี 2019 นี้ Tablet ก็ได้มีฟังก์ชั่นและประสิทธิภาพที่มากขึ้นไปอีกระดับหนึ่งจากหลายรุ่นหลายแบรนด์ทั้งใหญ่และเล็ก ดังนั้นใครที่กำลังจะเปลี่ยน Tablet ที่ใช้มานาน ปี 2019 นี้จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในการที่จะเปลี่ยนเครื่องใหม่ ดังนั้นเราจะมาแนะนำ Tablet ที่น่าสนใจในปี 2019 ให้ได้ทราบกัน

          1. iPad Air 2019

               ใครเป็นสาวกค่าย iOS แล้วล่ะก็ iPad คงเป็นตัวเลือกแรกและตัวเลือกเดียวแน่ ๆ แต่ว่า iPad นั้นก็มีหลายรุ่นให้ได้เลือกซื้อกันตามแต่สเปคและประสิทธิภาพการใช้งาน และในปี 2019 นี้ iPad ก็มี Tablet ที่น่าสนใจมากก็คือ iPad Air 2019 นั่นเอง

ซึ่งรูปลักษณ์โดยรวมนั้นก็เหมือนกับ iPad Air รุ่นที่ออกมาก่อนหน้านี้ มี Touch ID ซึ่งไม่ใช่แบบจอสุดขอบแต่อย่างใด ซึ่งหลายคนก็ชอบรูปร่างหน้าตาของ iPad ในรูปแบบที่คุ้นตาแบบนี้

               สเปคโดยรวมคือใช้ชิป A12 Bionic รุ่นเดียวกับ iPhone Xs ดังนั้นในเรื่องของความเร็วนั้นก็สบายใจหายห่วงได้ หน้าจอขนาดความกว้าง 10.5 นิ้ว รองรับ Apple Pencil และ Smart Keyboard มีช่องและปุ่มที่ให้มาอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็นช่องหูฟัง 3.5″ และ ปุ่ม Home ที่ถูกตัดไปจาก iPhone รุ่นใหม่ ๆ กล้องหลังมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้ามีความละเอียด 7 ล้านพิกเซล มีระบบเสียง 2 ลำโพง “ipad air 2019 ราคา”เริ่มต้นที่ 17,900 บาท

          2. Lenovo รุ่น Tab 4

          Lenovo ยังคงเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยม โดย Lenovo รุ่น Tab 4 ก็เป็นขวัญใจผู้ใช้ของหลาย ๆ คนในปีนี้ มี ROM 16 GB lk,ki5รองรับหน่วยความจำในรูปแบบ SD Card ได้สูงสุด 128 GB และ RAM อยู่ที่ 2 GB CPU ใช้เป็น Qualcomm MSM8917 Snapdragon 425 Quad Core ที่ทำงานทั่วไปได้อย่างไหลลื่นดี ตัวจอเป็น IPS LCD มีความละเอียดอยู่ที่ 1280 x 800 พิกเซล มีระบบถนอมสายตาเพื่อการอ่าน e-Book

กล้องด้านหลังมีความละเอียดสูงถึง 8 พิกเซลเลยกล้องด้านหน้ามีความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซลลำโพงที่ให้ติดมาเป็นแบบ Dolby Atmos มีระบบที่ล้ำสมัยอย่าง Assisted GPS ซึ่งจดจำของตัวเครื่องได้แบบแม่นยำ ความจุแบตเตอรี่ 4,850 mAh ราคาอยู่ที่ 5,990 บาท

               3. Samsung รุ่น Galaxy Tab A

               ในแวดวง Gadget นั้นรู้กันดีว่า Samsung นั้นเป็นผู้ผลิต Smartphone และ Tablet ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยในปี 2019 นี้ Galaxy Tab A ขนาดหน้าจอ 8.0 นั้นถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะว่าเน้นการทำงานได้อย่างอเนกประสงค์ เพราะว่าสามารถรองรับปากกา S Pen สเปคโดยรวมใช้ CPU Quad Core 1.2 GHz Ram 2 GB ROM 16 GB แบตเตอรี่ 4,200 mAh มีระบบ GPS อยู่ในเครื่อง

          จุดเด่นของ Galaxy Tab A จุดเด่นอยู่ที่ความยืดหยุ่นในการใช้งาน ปากกา S Pen นั้นสามารถทำได้ทั้งงานและสร้างสรรค์งานเพื่อศิลปะและความบันเทิงต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะตอบสนองในการเขียนและการวาดได้อย่างดีเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้นฟังก์ชั่น Air Command ที่ใช้เพียงแค่ปุ่มเดียวก็สามารถเรียกใช้งานแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยการทำงานนั้นใกล้เคียงกับipad air 2019 ราคาเริ่มต้นที่ 17,900 บาท เป็นอย่างมาก ซึ่ง Samsung รุ่น Galaxy Tab A นั้นราคาอยู่ที่ 10,290 บาท

          4. Microsoft Surface Pro 3

          เป็น Tablet จาก Microsoft ที่ได้รับคำกล่าวขวัญในเรื่องของประสิทธิภาพและการใช้งานที่ยืดหยุ่นมาอย่างยาวนาน เพราะว่าใช้ระบบปฎิบัติการ Window เป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งถ้าใครเคยใช้และถนัดการทำงานกับ PC มาก่อนก็คงจะเข้าไม้เข้ามือกันเลยทีเดียว เพราะว่ามีเคสที่เป็นคีย์บอร์ดให้ด้วย ดังนั้นวิธีการใช้งานต่าง ๆ จึงคุ้นเคยดี

โดยในปี 2019 นี้ก็ออกมาในรุ่นที่มีชื่อว่า Microsoft Surface Pro 3 ที่มีหน้าจอกว้างถึง 12 นิ้ว ที่ความละเอียด 2160 x 1440 พิกเซล มีความบาง 9.1 มม. พกพาสะดวก โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 47,904 บาท

          และนี่คือเรื่องราวของ Tablet ปี 2019 ที่น่าสนใจ ที่เรานำมาแนะนำกัน จะเห็นได้ว่ามีหลายรุ่นที่น่าสนใจเลยทีเดียวอย่างเช่น ipad air 2019 ราคาเริ่มต้นที่ 17,900 บาท เป็นต้น ถ้าสนใจรุ่นไหนก็ไปเลือกดูกันได้นะครับ

หูฟัง True Wireless แบบไหนที่ตรงใจคุณ

airpod ราคา

               ถ้าจะพูดถึง Gadget ที่ถือว่าได้รับความนิยมมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็คงจะไม่พ้นหูฟังนั่นเอง ซึ่งหูฟังนั้นก็ได้พัฒนาออกมาหลากหลายรุ่นและหลายรูปแบบการใช้งานมาก ตั้งแต่มีสายจนถึงแบบไร้สาย และแน่นอนว่าตอนนี้หูฟังที่กำลังได้รับความสนใจมากที่สุดก็คงต้องเป็นแบบไร้สายที่เรียกว่า True Wireless แบบเดียวกับ “airpod ราคา”ประมาณ 7000 บาท นั่นเอง

          แต่นอกจาก airpod ราคาประมาณ 7000 บาท แล้วนั้นก็ยังมีอีกหลายแบรนด์หลายรุ่นที่เป็นหูฟังแบบ True Wireless ให้ได้พิจารณาเลือกซื้อกัน แต่ด้วยความสามารถของแต่ละรุ่นที่ไม่เหมือนกันรวมถึงสเปคและราคาที่แตกต่างก็อาจจะทำให้ผู้ที่กำลังจะเลือกซื้อนั้นเกิดความสับสนว่าจะเลือกซื้อแบบไหนดี ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำกัน

          ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับหูฟังประเภทนี้กันให้ดีก่อนดีกว่า โดยหูฟัง True Wireless นั้นมีลักษณะเป็นเป็น In-Ear หรือ Ear-Bud โดยที่มีลักษณะแยกจากกันโดยเด็ดขาดไม่มีสายใด ๆ เชื่อมกันเลย มีน้ำหนักเบา เล็ก หมดปัญหาเรื่องสายที่ระโยระยางมากวนในการใช้งาน โดยการเชื่อมต่อนั้นจะผ่านสัญญาณ Bluetooth สามารถฟังเพลง บางรุ่นสามารถใช้คุยโทรศัพท์หรือกันฝุ่นกันน้ำในการออกกำลังกายได้ด้วย

          ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้หูฟังแบบ True Wireless กล่าวว่านี่คือหูฟังแห่งอนาคต แบรนด์ชื่อดัต่าง ๆ หันมาผลิตหูฟังเหล่านี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยการที่จะเลือกหูฟัง True Wireless ควรดูในเรื่องต่อไปนี้

          1. ดู codec ว่าเป็น aptX หรือ LDAC

               aptX และ LDAC เป็น codec ที่แสดงถึงการส่งสัญญาณซึ่งมีมาตรฐานและคุณภาพที่ดี โดยแต่ก่อนจะเป็นมาตรฐานที่มี codec ว่า SBC ซึ่งมักจะมีปัญหาในเรื่องการส่งสัญญาณที่ Delay จะสังเกตุได้ง่าย ๆ ขณะที่ดูภาพยนตร์หรือคลิปวีดีโอต่าง ๆ ซึ่งปากจะไม่ตรงกับเสียง แต่ถ้าเลือกมาตรฐาน aptX หรือ LDAC ปัญหาเหล่านี้ก็อาจจะน้อยลงหรือไม่มีเลยก็ได้

          2. เลือกดูความจุแบตเตอรี่

          ตามปกติแล้วหูฟังแบบ True Wireless จะมีเคสไว้สำหรับชาร์ตแบตเตอรี่ได้ อย่างเช่น “airpod ราคา”ประมาณ 7000 บาท แต่ว่าการที่ใช้งานหนัก ๆ บางครั้งการชาร์ตไฟกับเคสก็อาจจะไม่พอ ดังนั้นควรเลือกหาหูฟังที่มีความจุแบตเตอรี่เพื่อการฟังที่ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ชั่วโมง หรือถ้าจะเลือกหูฟังที่ไม่ใช่แบรนด์ชื่อดังและมีราคาถูกก็ควรจะเลือกให้ฟังได้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง

          3. คุณภาพเสียงที่โดนใจ

          ในการเลือกหูฟังแบบ True Wireless ก็เหมือนกับการเลือกหูฟังประเภทอื่น ๆ นั่นก็คือเสียงที่ได้นั้นต้องดี แต่ดีในที่นี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือต้องถูกใจผู้ใช้งานด้วย เพราะว่าสไตล์การฟังเพลงและรสนิยมในเรื่องเสียงของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นแต่ละคนจะใช้การอ่านรีวิวเรื่องเสียงในอินเตอร์เน็ตแล้วตัดสินใจซื้อเลยก็ไม่ใช่ทางออกที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นควรไปลองฟังที่ร้านตัวแทนจำหน่ายก่อนเป็นอันดับแรกว่าชอบหรือเปล่า เพราะว่าหูฟังแบบนี้ส่วนมากจะมีราคาที่แพง อย่างเช่น airpod ราคาประมาณ 7000 บาท เป็นต้น

          4. ฟังก์ชั่นอื่น ๆ ในการใช้งาน

               หูฟังแบบนี้จะเน้นการใช้งานและฟังก์ชั่นที่หลากหลาย เช่นมีไมค์ไว้สำหรับคุยโทรศัพท์ มีระบบ noise cancelling สำหรับตัดเสียงรบกวน บางรุ่นยังทำงานได้เหมือนกับ Smartwatch นั่นคือการวัดชีพจรนั่นเอง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องซื้อให้ครบทุกฟังก์ชั่นก็ได้ แต่ว่าดูความต้องการของตัวเองว่าต้องการใช้งานเน้นไปที่รูปแบบใด

               5. ความทนทาน

          ส่วนมากวัสดุที่ใช้จะเป็นในรูปแบบพลาสติกอยู่แล้ว แต่พลาสติกนั้นก็มีหลายเกรด หลัก ๆ เลยก็คือการสัมผัสแรกจะต้องรู้สึกได้ถึงความแน่นหนา งานประกอบต้องค่อนข้างดีสมประกอบ แต่หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับการใช้งาน

          6. ดูความน่าเชื่อถือของแบรนด์

          แบรนด์ที่ดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป เพราะว่าในปัจจุบันแบรนด์ใหญ่ ๆ ส่วนมากก็จะทำออกมาในหลายราคาเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ดังนั้นถ้าเซฟที่สุดก็เลือกแบรนด์ที่รู้จักและคุ้นหูคุ้นตาในงบที่เรามี เพราะว่าจะได้รับความอุ่นใจในเรื่องการรับประกันนั้นอย่างเต็มที่

           และนี่คือวิธีเลือกหูฟัง True Wireless ที่ตรงใจ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังมองหานะครับ

ซื้อ Smartphone แบบไหนให้ลูกดี

ราคาไอโฟน6 ล่าสุดเครื่องเปล่า

            Smartphone เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัยและเป็นอุปกรณ์ประจำตัวอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของฟังก์ชั่นหรือแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเราจะคุ้นตากับเด็ก ๆ วัยเรียนที่มี Smartphone ไว้ติดมือในการทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยผู้ปกครอก็ต้องเป็นธุระในการจัดหา Smartphone ที่เหมาะสมไว้ให้ใช้งาน เช่น ไอโฟนหรือแอนดรอยด์ที่ราคาไม่แพงมากอย่าง“ราคาไอโฟน6 ล่าสุดเครื่องเปล่า”ก็มีราคาในปัจจุบันไม่ถึงหมื่น

          แต่ว่าความเหมาะสมด้านอื่น ๆ ล่ะมีอะไรที่ผู้ปกครอจะต้องพิจารณาก่อนที่จะซื้อ Smartphone ให้บุตรหลานบ้าง ครั้งนี้เราจะมาแนะนำกัน

          1. ราคา

          ถือว่าเป็นข้อสำคัญที่ควรพิจารณาเมื่อจะซื้อ Smartphone ให้เด็กมากเพราะว่าไลฟ์สไตล์ของเด็กนั้นมักจะซุกซนจนทำให้ Smartphone เสียหายได้จนถึงพังได้ เรื่องการเก็บรักษานั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะว่าเสี่ยงสูญหายบ่อยมาก ดังนั้นถ้าเกิดเลือกที่ราคาไม่แพงมากก็อาจจะไม่ทำให้เจ็บช้ำใจมากถ้าเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้น โดยไอโฟน6 นั้นก็น่าสนใจเพราะว่าได้ออกวางขายมานานหลายปีแล้วทำให้ราคาถูกลงมามาก แต่ว่าประสิทธิภาพของเครื่องนั้นก็ถือได้ว่ายังดีอยู่ในยุคปัจจุบัน ราคาไอโฟน6 ล่าสุดเครื่องเปล่าตอนนี้อยู่ที่ไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท สามารถเลือกดูได้ตามตัวแทนจำหน่ายหรือตามเว็บช้อปปิ้งออนไลน์ทั่วไป

          โดยไอโฟนรุ่นที่สูงหรือใหม่กว่านี้ก็ถือว่าน่าสนใจ แต่ก็ต้องดูในเรื่องของราคาด้วยเพราะว่ายิ่งเป็นรุ่นล่าสุดราคายิ่งแพง แต่คิดจะไปดูในส่วนของมือสองก็จะต้องใช้วิชาในการดูให้ถี่ถ้วนซึ่งบางครั้งไม่คุ้มค่าเลย อย่างเช่นได้ไอโฟน7มาแต่เป็นเครื่องมือสองแล้วมาพังที่หลังราคาไอโฟน6 ล่าสุดเครื่องเปล่าราคาไม่ถึงหมื่นอาจจะดีกว่าก็ได้

          2. ประสิทธิภาพ

          ใครคิดว่าเด็กไม่ต้องใช้ Smartphone ที่เร็วแรงมากก็ได้ อันนี้ต้องบอกว่าคิดผิด เพราะว่ามัลติมีเดียนั้นคือความต้องการขั้นพื้นฐานของเด็กเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการดูภาพยนตร์หรือการ์ตูน การเล่นเกม หรือการเล่นอินเตอร์เน็ตเพื่อความสนุกหรือเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนนั่นเอง แต่เงื่อนไขสำคัญของการซื้อที่บอกไปในข้อแรกก็คือต้องมีราคาที่ไม่แพงด้วยนี่สิ

          เรามีทางออกที่น่าสนใจให้กับผู้ปกครองทุกท่านเพื่อที่จะให้บุตรหลานด้วย OPPO A5s ที่มี CPU MediaTek Helio P35 RAM  3GB ROM 32GB รองรับ MicroSD Card อีก 256GB จอใหญ่ 6.2 นิ้ว ความละเอียด HD+ แบตเตอรี่ 4,230 mAh กล้องหลังคู่ 13 + 2 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล มีระบบสแกนลายนิ้วมือ โดยตอนนี้มีโปรโมชั่นในราคา 2,390 บาท พร้อมแพ็กเกจซิมรายเดือน 4G+ Extra FUN Unlimited ในราคาเดือนละ 499  บาท ซึ่งโปรโมชั่นนี้เฉพาะสีแดงนะครับ

          3. ความทนทาน

          ในเรื่องนี้ก็สำคัญมากอย่างที่ได้เล่าไปแล้ว เพราะว่าอุปกรณ์ Gadget เมื่อไปอยู่ในมือเด็กแล้วนั้นก็สุ่มเสี่ยงที่จะเยหายหรือเป็นรอยได้ง่าย อันนี้ต้องบอกว่าถ้าจะไปหา Smartphone ที่กันน้ำกันฝุ่นได้ก็น่าจะเกินงบไปอีก ดังนั้นการหาเคสที่แข็งแรงก็ถือว่าเป็นทางออกที่น่าสนใจและประหยัดมากเพื่อมาป้องกันตัว Smartphone ไม่ให้เสียหาย โดยเคสทั่ว ๆ ไปที่มีอยู่ในท้องตลาดนั้นมักจะทำมาจากซิลิโคน ซึ่งจะได้ในเรื่องความสวยงามและการสัมผัสที่ดี แต่อาจจะไม่ได้ป้องกันการกระแทกได้ดีมากนัก ดังนั้นควรหาเคสที่เป็น TPU ที่ค่อนข้างแน่นหนา เก็บรายละเอียดของตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี

          และอีกอย่างที่ควรจะติดไว้กับเครื่องนั้นก็คือกระจกนิรภัย ที่สามารถป้องกันหน้าจอไม่ให้แตกหรือเป็นรอยในขณะที่เกิดอุบัติเหตุได้ โดยควรเลือกทั้งเคสและกระจกนิรภัยในแบรนด์ที่เชื่อถือได้ แม้ว่าจะมีราคาที่แพงแต่ว่าก็คุ้มค่ากว่าการที่ต้องไปส่งซ่อมในราคาแพงหรือต้องซื้อ Smartphone ใหม่

          4. ขนาดและน้ำหนัก

          ข้อนี้ไม่ควรมองข้ามเลย เพราะว่าลักษณะสรีระของเด็กนั้นจะเล็กกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นก็ควรเลือกในขนาดที่พอเหมาะเพื่อการพกพา ซึ่งขนาดจอขนาด 6.2 นิ้ว นั้นก็กำลังดี น้ำหนักก่อนซื้อก็ทดลองถือให้สบายมืออย่าให้หนักจนเกินไป แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับลูกหลานในการใช้ Smartphone อย่าง”ราคาไอโฟน6 ล่าสุดเครื่องเปล่า“ก็ไม่แพง และมีขนาดและน้ำหนักที่ดี

          และนี่คือเรื่องราวที่ต้องพิจารณาของ Smartphone ที่จะซื้อให้บุตรหลาน หวังว่าจะเป็นคู่มือที่ดีนะครับ

Smartwatch กับอนาคตที่รอคุณ

ราคาapple watch

               สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็น Gadget ยุคแรก ๆ ของเรานั้นก็คือนาฬิกานั่นเอง จากแต่เดิมที่ใช้แค่ดูเวลาเทคโนโลยีก็ได้เข้ามาเติมแต่งอุปกรณ์ชิ้นนี้ให้สามารถทำงานได้หลากหลายมากขึ้นจนถึงปัจจุบันได้พัฒนามาเป็นนาฬิกาอัจฉริยะหรือ Smartwatch ที่เชื่อมต่อโลกอินเตอร์เน็ตไว้ในข้อมือ และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแบรนด์ IT ต่าง ๆ ได้สร้าง Smartwatch ในแบบของตัวเองมาอย่างเช่น Apple ที่มี apple watch หรือ Samsung ที่มี Samsung Gear เป็นต้น โดยมีราคาหลากหลาย เช่น“ราคาapple watch” ก็จะมีแตกต่างกันไปตามสเปคของแต่ละรุ่น

               มองย้อนไปยังจุดกำเนิดของ Smartwatch นั้นก็มีมามากกว่า 10 ปีแล้ว โดยแบรนด์นาฬิกาที่ชื่อว่า Polar ได้ทำนาฬิกาข้อมือที่สามารถตรวจจับชีพจรได้ในขณะออกกำลังกาย แต่ว่าต้องมีอุปกรณ์เสริมนั่นก็คือสายรัดที่บริเวณหน้าอก แต่ว่าก็จะใช้งานกันในหมู่นักกีฬานั่นเอง ไม่ได้ใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วไป

          มาในยุคที่ Apple เปิดตัว iPod และดังเปรี้ยงปร้างไปทั่วโลกในราว ๆ ปี 2007 ก็เกิดความร่วมมือกันระหว่าง Nike กับ Apple ในการพัฒนาอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า Nike + Watch Remote ที่สามารถควบคุมการเล่นเพลงของ iPod ได้จากรองเท้าที่สวมใส่ แต่ก็ยังนิยมกันสำหรับในวงการนักกีฬาอีกเช่นกัน

          ต่อมาแบรนด์ Garmin จึงได้ออก Garmin Forerunner เพื่อมาเอาใจนักวิ่งนักออกกำลังกาย ด้วยการแสดระยะทางความเร็วได้ผ่านทางข้อมือ ซึ่งสะดวกสบายมากและแพร่หลายไปยังนักกีฬามือสมัครเล่นอย่างรวดเร็ว เพราะว่ามีทั้ง GPS, Optical Heart Rate Technology อยู่ในเครื่องที่มีลักษณะเป็นสายรัดข้อมือ

          ในปี 2013 หลังจากที่ Smartphone ได้รับความนิยมทั่วโลกและพัฒนาไปไกลมาก ๆ Samsung จึงได้เปิดตัว Samsung Galaxy Gear ที่ถือว่าเป็น Smartphone ย่อส่วนเลยก็ว่าได้เพราะว่าสามารถอ่านข้อความต่าง ๆ จากแอปพลิเคชั่น Chat ต่าง ๆ ได้ ฟังเพลงได้และยังจับอัตราการเต้นของหัวใจในการออกกำลังกายได้อีกด้วย และในปี 2015 Apple ก็ได้ออก Apple Watch ออกมา ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ iOS และทำงานกับ iPhone ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีเซ็นเซอร์เพื่อใช้งานในการออกกำลังกายที่หลากหลายอีกด้วย ราคาapple watch จะมีราคาค่อนข้างแพง แต่ว่าโดดเด่นในเรื่องแฟชั่นมาก สามารถตกแต่งสายได้หลากหลายรูปแบบเลยทีเดียว

          การพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยี Smartphone เพิ่มขึ้นปีต่อปี ประสิทธิภาพการใช้งานก็ตรงใจผู้ใช้มากยิ่งขึ้น ประโยชน์ของ Smartphone ในปัจจุบันก็มีพอสังเขปได้ดังนี้

          1. เชื่อมต่อกับ Smartphone ในการใช้งาน

          สามารถเข้าถึง SMS หรือข้อความต่าง ๆ ในโปรแกรมแชทหรือ Social Network E-mail หรือปฏิทินตารางงานต่าง ๆ ใน Smartphone ได้อย่างง่ายดาย บางรุ่นยังคุยโทรศัพท์ผ่านตัวนาฬิกาได้เลยอีกด้วย ราคาapple watch ในระดับเริ่มต้นก็สามารถทำฟังก์ชั่นเหล่านี้ได้แทบจะครบถ้วน

          2. อำนวยความสะดวกสบายในการออกกำลังกายและด้านสุขภาพ

          Smartwatch มีจุดเด่นในการสนับสนุนการออกกำลังกาย โดยจะช่วยเก็บข้อมูลในการออกกำลังกายของคุณพร้อมตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ มีโหมดรองรับการออกกำลังกายที่หลากหลาย รวมไปถึงด้านสุขภาพอย่างตรวจจับการนอนหลับเพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อหาคำแนะนำในการดูแลสุขภาพต่อไป

          3. เป็น Gadget ตามสมัยนิยม

          Smartwatch ในปัจจุบันนอกเหนือจากการใส่เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้าไปให้ถูกใจคนชอบความล้ำหน้าแล้วยังมีการออกแบบให้มีความสวยงามตามแฟชั่น ดังนั้นก็สามารถเป็นเครื่องประดับสวย ๆ ให้ผู้สวมใส่ไม่ต่างจากการมีนาฬิกาข้อมือไว้ครอบครองในอดีต ยิ่ง apple watch ด้วยแล้วจะโดดเด่นในเรื่องการเปลี่ยนสายได้ “ราคาapple watch” ในส่วนของสายนั้นก็มีราคาหลากหลายแล้วแต่ชนิด

          4. ฟังก์ชั่น GPS

               Smartwatch ในปัจจุบันมักจะมี GPS มาให้ซึ่งทำให้สามารถระบุตำแหน่งของตัวเครื่องได้ สามารถใช้ในการท่องเที่ยวหรือการออกกำลังกายในส่วนของการปั่นจักรยาน ซึ่งจะรู้ว่าตำแหน่งที่ตัวเองอยู่นั้นคือตรงไหนและดูแผนที่ดาวเทียมได้อย่าง Real Team เลยทีเดียว อีกหนึ่งประโยชน์นั่นก็คือสามารถให้บุตรหลานหรือเด็กในความดูแลใส่ไว้หากเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรก็จะสามารถระบุตำแหน่งของผู้สวมใส่ได้ทันที ทำให้การดูแลบุตรหลานเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับผู้ปกครองนั่นเอง

          และนี่คือที่มาที่ไปและจุดเด่นของสิ่ที่เรียกว่า Smartwatch ที่เรานำมาเสนอทุกท่าน จะเห็นได้ว่าน่าสนใจและเป็น Gadget แห่งอนาคตได้ดีทีเดียว

แนะนำหูฟังที่เหมาะกับกิจกรรมที่ต่างกัน

หูฟัง marshall

               หูฟังถือว่าเป็นสิ่งประจำตัวของใครหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะใช้เพื่อความบันเทิงหรือว่าเพื่อทำงานในสาขาที่แตกต่างกัน แน่นอนว่าหูฟังประเภทต่าง ๆ ก็รองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกใช้เลือกซื้อก็ต้องมีการพิจารณาในรายละเอียด อย่างเช่น “หูฟัง marshall” ซึ่งเหมาะกับเป็น In Ear Monitor สำหรับนักดนตรีในการทำเพลงหรือฟังดนตรีอย่างจริงจังหรือหูฟัง Razer ที่มีรูปทรงและลักษณะของเสียงที่เหมาะกับการเล่นเกม ดังนั้นเราจะมาแนะนำทุกท่านกันว่าในกิจกรรมต่าง ๆ ควรใช้หูฟังแบบไหน แบรนด์และรุ่นใด

               1. ฟังเพลงปกติทั่วไป

          เป็นกิจกรรมที่คนส่วนมากมักจะทำกันในชีวิตประจำวันเป็นปกติอยู่แล้ว โดยคนทั่ว ๆ ไปที่ฟังเพลงก็ควรจะได้หูฟังที่สวมใส่สบาย พกพาไปได้ทุกที่ ในขณะเดียวกันก็ควรมีมาตรฐานของเสียที่ดี ซึ่งหูฟังที่แนะนำก็จะมีหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นแบบ Ear bud ที่เป็นหูฟังที่คุ้นหูคุ้นตากันดี สามารถยัดหูได้โดยที่ตัวหูฟังจะใส่อยู่บริเวณรูหูชั้นนอก เสียงที่ได้จะไม่ดังจนเกินไปเพราะว่าเสียงรอบข้างจะเข้ามาได้ สวมใส่สบายไม่อึดอัด แบบ In Ear ที่ได้รับความนิยมสำหรับนักฟังเพลงในปัจจุบันมากเพราะว่ามีลักษณะคล้ายแบบ Ear bud แต่ว่ามีลักษณะจุกที่ใส่เข้าไปในรูหูเป็นยาง ทำให้เสียงดนตรีที่ได้มีความชัดเจนโดยเฉพาะเสียงเบสที่มาเป็นลูก ๆ แต่อาจจะมีข้อเสียที่ทำให้ไม่ได้ยินเสียงรอบข้างทำให้อาจเกิดอุบัติเหตุได้ แต่ก็พกพาสะดวกเช่นกัน หรือแบบ Over ear ที่ใช้ครอบหูซึ่งจะได้รับพลังเสียงอย่างเต็มที่ สวมใส่สบายที่สุด การดีไซน์ก็สามารถทำให้โดดเด่นได้แต่ก็ต้องแลกมากับการพกพาที่ไม่สะดวก

               โดยหูฟังทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวมานั้นมีเทคโนโลยี Bluetooth ที่ทำให้ไม่ต้องง้อสายซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายขึ้นเป็นอย่างมาก โดยสิ่งงที่สำคัญในการเลือกหูฟังเพื่อฟังเพลงทั้ว ๆ ไปก็คือสวมใส่สบายและมีเสียงที่ดีถูกรสนิยมของตัวเอง โดย หูฟัง marshall ที่เน้นในเพื่อคนทำงานด้านเพลงก็ทำหูฟังเพื่อคนฟังเพลงทั่ว ๆ ไปออกมาทั้ง 3 ประเภท

          2. ดูภาพยนตร์

          ในยุคที่คนสามารถใช้อุปกรณ์อย่าง Computer, Tablet หรือ Smartphone เพื่อดูภาพยนตร์ที่ไหนก็ได้ หูฟังเป็นส่วนประกอบสำคัญเป็นอย่างมากที่จะพาเราเข้าไปสู่โลกของภาพยนตร์ได้อย่างเต็มที่ โดยหูฟังที่แนะนำคำแบบ Over ear เพราะว่าสวมใส่สบายเหมาะแก่การนั่งดูในระยะเวลานาน ๆ ถามว่าต้องเป็นหูฟังราคาแพงไหมก็ตอบได้ว่าไม่ใช่คำตอบเสมอไป แต่ว่ายิ่งราคาแพงเท่าไหร่โอกาสที่จะได้วัสดุที่ดีทำให้การสวมใส่สบายขึ้น แต่ว่าถ้าเจอราคาไม่แพงมากแต่สวมใส่สบายก็ถือว่าโอเคแล้ว โดยหูฟังที่แนะนำก็คือแบรนด์ Sony เพราะว่าหลาย ๆ รุ่นมีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ให้เสียงที่ครบถ้วนโดยเฉพาะเสียงกลางที่มีผลต่อเสียงพูดของนักแสดงในภาพยนตร์และเสียงเบสที่จำเป็นสำหรับหนังแอคชั่น แถมชื่อชั้นของแบรนด์ก็เป็นที่ไว้วางใจได้ในเรื่องของคุณภาพอีกด้วยแม้จะเป็นรุ่นที่มีราคาไม่แพงมากนัก

          3. สำหรับทำงาน

               การทำงานที่ต้องใช้หูฟังเป็นส่วนประกอบหลักก็ต้องเป็นการทำงานด้านเสียง ทั้งการทำเพลงทำดนตรีของโปรดิวเซอร์ ไปจนถึงงานด้านตัดต่อ Video เป็นต้น ดังนั้น “หูฟัง marshall” แบบใช้งานใน Studio จึงเหมาะสมมาก เพราะว่าสามารถเก็บเสียงในระดับมืออาชีพได้ คุณภาพเสียงไม่ได้ทำออกมาเพื่อฟังเพื่อความสนุกเท่านั้น แต่ทำออกมาเพื่อเน้นความครบถ้วนและความสมดุล

          นอกจากนี้ยังสามารถทำงานเพื่อควบคุมคุณภาพเสียงในงานอื่น ๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการต่อเข้ากับเครื่องรับวิทยุสื่อสารเพื่อใช้ติดต่อในด้านสังคมหรือด้านอื่น ๆ ทั้งนี้ด้วยรูปทรงที่มีความคลาสสิคและวัสดุที่ดีอาจจะทำให้มีราคาสูงแต่ก็คุ้มค่ามาก ๆ

          และนี่คือการแนะนำหูฟังที่เหมาะกับกิจกรรมที่แตกต่างกัน หวังว่าจะถูกใจและสามารถนำไปใช้ในไลฟ์สไตล์และหน้าที่การงานของแต่ละคนได้นะครับ สามารถไปเลือกดูได้ที่ตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้าน

Smartphone ตัวแรงจากจีนที่น่าสนใจ

oneplus 6

               ตอนนี้ในวงการเทคโนโลยีโลกนั้นต่างให้การยอมรับอุปกรณ์และนวัตกรรมจากประเทศจีนมากขึ้น เพราะว่าประสิทธิภาพและความคุ้มค่าที่พัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเช่น Smartphone ของ oneplus อย่างเช่น “oneplus 6” เป็นต้น

          นอกจากนี้ Smartphone แบรนด์อื่น ๆ จากประเทศจีนก็ได้รับความนิยมจนเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของคนรุ่นใหม่ที่จะซื้อ Smartphone เลยก็ว่าได้ แต่ด้วยการที่มีแบรนด์จากประเทศจีนได้เข้ามาทำการตลาดมากมายในไทย เราจึงจะมาแนะนำ Smartphone ที่น่าสนใจให้ได้พิจารณากัน

          1. oneplus 6

               แบรนด์ oneplus ได้รับสมญานามในวงการว่า “Flagship Killer” หรือนักฆ่าเรือธง ซึ่งชื่อนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแต่เป็นเพราะความเร็วแรงของสเปครวมถึงการออกแบบที่สวยงามมีสไตล์ ซึ่งล่าสุดรุ่นที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีในไทยก็เป็น “oneplus 6” นั่นเอง

               สเปคโดยรวมของ oneplus 6 ประกอบด้วยจอแสดงผล Full Optic AMOLED 6.28 นิ้ว ตัวจอมีอัตราส่วน 19:9 หน่วยประมวลผลใช้ Qualcomm Snapdragon 845 Ram 6GBหน่วยความจำ 64 GB มีหน่วยประมวลผลกราฟิกแยกเป็น Adreno 630 กล้องหลังคู่ 16+20 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด Portrait ที่ทำให้การถ่ายรูป Selfie แปลกใหม่สวยงามกว่าที่เคย กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มี UI พิเศษ OxygenOS ที่เป็นของ oneplus โดยตรง ดูสวยงาม แบตเตอรี่ Dash Charge 3300 mAh ชาร์จเพียง 30 นาทีแต่สามารถใช้งานพื้นฐานได้ ทั้งวัน กันน้ำกันฝุ่นในการใช้งานทั่ว ๆ ไปได้ ราคาอยู่ที่ 17,999 บาท

          2. Redmi Note 7

          มากันที่อีกแบรนด์ที่คนไทยน่าจะรู้จักกันดีนั่นก็คือ Xiaomi นั่นเอง ซึ่งแบรนด์นี้ได้ออกนวัตกรรมมามากมายหลายรูปแบบให้เราได้เลือกซื้อเลือกใช้กันไม่ว่าจะเป็น Smart Home หรือ Gadget ต่าง ๆ และ Smartphone ก็เป็นหนึ่งในสินค้าที่เด่นและเป็นที่สนใจเป็นอย่างมาก และหนึ่งในรุ่นที่อยากจะแนะนำก็คือ Redmi Note 7 นั่นเอง

          Redmi Note 7 มาในราคาที่ไม่แพงแต่ว่าการใช้งานไม่ได้ขาดตกบกพร่องเป็นอย่างใด ซึ่งสเปคโดยรวม ใช้หน้าจอ LTPS LCD ขนาด 6.3 นิ้ว บนความละเอียด 2340×1080 พิกเซล ใช้ CPU Qualcomm Snapdragon 660 การ์ดจอ Adreno 512 กล้องหลังมี 2 ตัว นั่นคือ 48 ล้านพิกเซล (f1.8 Main) + 5 ล้านพิกเซล (Depth Sensor) กล้องหน้า: 13 ล้านพิกเซล (f2.0) RAM 3GB หน่วยความจำ 32GB แต่ถ้าเป็นรุ่นที่มี RAM 4GB หน่วยความจำจะเป็นแบบ 64GB และ 128GB และสามารถเพิ่มความจำในแบบ Micro SD ได้ด้วย ความจุแบตเตอรีอยู่ที่ 4,000 mAh มีระบบ Turbo Charge มีระบบจดจำใบหน้าและสแกนนิ้วด้านหลังของตัวเครื่อง

          ด้วยสเปคขนาดนี้ทำให้การทำงานโดยรวมนั้นเป็นไปอย่างราบลื่น แต่ว่าใครที่ชอบการเล่นเกมก็สามารถตอบโจทย์ได้เหมือนกันแต่อาจจะปรับภาพในเกมใหม่ ๆ ในระดับสูงสุดไม่ได้ RAM 3GB / ความจำ 32GB ราคา 4,999 บาท RAM 4GB / ความจำ 64GB ราคา 6,599 บาท RAM 4GB / ความจำ 128GB ราคา 6,799 บาท

          3. OPPO F11 Pro

               เป็นอีกแบรนด์ที่เข้ามาทำการตลาดในไทยมาเป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปี ตั้งแต่ยุคที่เรายังใช้ Feature phone กันอยู่ โดยความโดดเด่นของแบรนด์ OPPO นั้นก็จะเป็นในเรื่องของกล้องที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ มาไว้ให้ได้ฮือฮากันตลอด โดย OPPO F11 Pro นั้นก็ถือว่าเป็นรุ่นที่น่าสนใจมาก

          OPPO F11 Pro มาในหน้าจอขนาด 6.53 นิ้ว บนความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอเป็นแบบ 19.5:9 พื้นที่แสดงผลของหน้าจอจะกว้างถึง 90.9% เลยทีเดียว CPU ใช้ MediaTek Helio P70 Octa-core RAM 6GB ROM 64GB สามารถเพิ่มหน่วยความจำ microSD ได้สูงสุด 256GB กล้องหลังเป็นแบบคู่ ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล f1.79 + 5 ล้านพิกเซล f2.4 กล้องหน้าใช้เทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง Rising Camera 16 ล้านพิกเซล ที่เก็บตัวกล้องไว้ในตัวเครื่อง และจะดันตัวเองขึ้นมาเมื่อต้องการจะใช้งาน แบตเตอรี่มีความจุ 4,000 มิลลิแอมป์ รองรับการชาร์จ VOOC Flash Charge 3.0

          ด้วยเทคโนโลยีที่โดดเด่นในเรื่องของกล้องไม่ว่าจะเป็น Rising Camera ถ่ายภาพในตอนกลางคืนได้ดี หรือมีโหมดที่ทำให้การถ่ายภาพสนุกและมีมิติมากขึ้น ทำให้ OPPO F11 Pro ถือเป็น Smartphone ที่คนรักการถ่ายภาพสนใจมาก ๆ เลยก็ว่าได้ โดยราคาอยู่ที่ 10,990 บาท

          และนี่คือ Smartphone ตัวแรงจากจีนที่เรานำมาเสนอทุกท่าน จะเห็นได้ว่ามีประสิทธิภาพและจุดเด่นที่แตกต่ากันเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ใครชอบแบรนด์ไหนรุ่นไหนก็ไปดูที่ตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านนะครับ

ไอโฟน6 ราคา ที่จับต้องได้

ไอโฟน6

ยุทธศาสตร์ของแอปเปิ้ลที่เรารู้มาตลอดคือวางตัวเองเป็นสินค้าหรูหรา มีระบบที่แข็งแกร่งทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ มีการออกแบบอย่างละเมียดละไม ใส่ใจในรายละเอียด ทำให้สามารถวางผลิตภัณฑ์ไว้ในระดับราคาที่สูงกว่าคู่แข่งได้ตลอด แต่หลังๆ ความแตกต่างของ iPhone กับ Android Phone อื่นๆ เริ่มลดลงเรื่อยๆ ถึงปัจจุบัน Android ก็ยังไม่นิ่งในระดับที่วางใจว่าเครื่องจะไม่อืด ไม่ค้างในยามคับขันได้แบบ iPhone แต่ช่องว่างเหล่านี้ก็ถูกถมไปเรื่อยๆ เมื่อกูเกิ้ลขยันพัฒนา Android รุ่นใหม่ที่เก็บรายละเอียดไปได้เยอะแล้ว ซึ่งในปีหน้าที่สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปน่าจะมาพร้อม Android 6 marshmallow เหตุผลที่จะซื้อ iPhone ก็ยิ่งลดลง แต่อย่างว่าของดีก็คือของดีอยู่วันยังค่ำ หลังจากบริษัทได้ทำการเปิดตัว 6 และ 6s ที่มีฟีเจอร์ต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย มาดูกันดีกว่าว่ามีฟังก์ชันอะไรบ้างที่น่าจับตามองใน ไอโฟน6 และ 6s และ ไอโฟน6 ราคา จะเป็นอย่างไร

ชิปประมวลผล A9 และ M9 : ชิปประมวลผล A9 เป็นชิปรุ่นที่ 3 ที่รองรับ 64 bit และทางบริษัทโชว์ความสามารถของชิป A9 นี้ว่า สามารถประมวลผลได้รวดเร็วกว่ารุ่นก่อน 70 เปอร์เซ็นและปรับปรุงคุณภาพการประมวลผลด้านกราฟฟิกขึ้นถึง 90 เปอร์เซ็น เมื่อเปรียบเทียบกับชิป A8 ใน iPhone 6 ส่วนชิป M9 เป็นชิปที่คอยประมวลผลให้กับเซ็นเซอร์ด้านเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น Accelerometer, Compass, Gyroscope และ Barometer ซึ่งจะช่วยทำให้ประหยัดพลังงานนี้มากขึ้น เมื่อมีการเรียกใช้เซ็นเซอร์พวกนี้ นอกจากนี้ยังช่วยในการใช้ฟีเจอร์ “สวัสดี, Siri” ให้สามารถเรียก Siri ได้ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องเสียบชาร์จอีกต่อไป

เปลี่ยนวัสดุตัวเครื่องใหม่ และมาพร้อมสีสันสดใสอย่างสีชมพู : นี่อาจจะเป็นฟีเจอร์ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงซักเท่าไหร่กับ 6s แต่บริษัทได้ทำการเปลี่ยนวัสดุตัวเครื่องใหม่ โดยเปลี่ยนมาใช้อะลูมิเนียมเกรด 7000 ที่มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น และกระจกเปลี่ยนมาใช้กระจก Ion-X แบบเดียวกันกับ Apple Watch Sport และจุดเด่นของ iPhone 6s อีกอย่างหนึ่งก็คือบริษัทเพิ่มสี Rose Gold ขึ้นมาอีกหนึ่งสี

3D Touch และ Taptic Engine : สำหรับฟังก์ชั่น 3D ทัสเป็นฟีเจอร์เด็ดที่สุดของ iPhone 6s เลยก็ว่าได้ 3D ทัสเป็นเทคโนโลยีใหม่ทำให้หน้าจอสามารถแยกแยะแรงกดได้ ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานนั้นง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพียงแค่กดแรง ๆ ที่ไอคอน 1 ครั้ง Shortcut ต่างๆ จะโผลขึ้นมา ทำให้ลดจำนวนครั้งที่กด เพื่อจะเข้าเมนูที่ต้องการได้ส่วน Taptic Engine เป็นตัวที่จะคอยสั่นเตือนเบา ๆ เวลาเรากดลงไปบนหน้าจอแรง ๆ

กล้องด้านหลัง iSight Camera : จุดเด่นอีกอย่าง คือกล้องหลังถูกปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่อีกครั้ง โดยคราวนี้บริษัทเพิ่มความละเอียดให้เป็น 12 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ยังเปลี่ยนเซ็นเซอร์รับภาพใหม่ ให้สามารถถ่ายภาพได้มีความคมชัด สีสมจริงมากขึ้น และยังลด Noise ที่เกิดขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายวีดิโอบนความละเอียด 4K เพื่อตอบรับมาตรฐานจอ Retina Display ความละเอียดสูง รุ่นใหม่ ๆ อย่าง iMac และ iPad Pro ในส่วนของกล้องหน้า FaceTime Camera จะมาพร้อม Retina Flash คราวนี้บริษัทจัดเต็มจริงๆ เพราะกล้องหน้าของ iPhone 6s เพิ่มความละเอียดเป็น 5 ล้านพิกเซล เพื่อตอบรับกระแสเซลฟี่ อีกทั้งยังมาพร้อมกับ Retina Flash คือการที่ใช้แสดงสว่างจากหน้าจอไอโฟน มาใช้แทนแฟลช เพื่อให้เวลาเซลฟี่หน้าก็จะสว่างสดใสมากยิ่งขึ้น

Live Photo เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่มีเฉพาะ iPhone 6s เท่านั้น โดยหลักการทำงานของ Live Photo ก็คือไอโฟนจะถ่ายภาพแบบต่อเนื่องก่อนและหลังกดชัตเตอร์ ไม่ใช่การถ่ายวีดิโอ และนำภาพทั้งหมดที่ได้มาเรียงต่อกันเป็นภาพเคลื่อนไหวความยาว 1.5 วินาที คล้าย ๆ กับภาพ GIF แต่อยู่ในรูปแบบของ Motion JPEG ซึ่งไอโฟนจะทำการอัดเสียงแยกต่างหากและจะนำไปรวมกับไฟล์ภาพที่ได้ภายหลัง แต่คนส่วนมากก็กังวลว่าจะใช้พื้นที่ในการจัดเก็บมากกว่าปกติหรือไม่ ? คำตอบก็คือ Live Photo จะเซฟรูปพื้นฐานและจะเก็บข้อมูลของเฟรมอื่น ๆ เพียงแค่ส่วนที่มีการเคลื่อนไหวเท่านั้น ก็สามารถลดขนาดของภาพ Live Photo ไปได้บ้าง อย่างไรก็ตาม TechCrunch ได้ออกมารายงานว่ารูป Live Photo จะยังคงมีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของภาพปกติอยู่ดี

และสุดท้ายกับฟีเจอร์อย่าง Touch ID รุ่นใหม่ : Touch ID ใน iPhone 6s ถูกปรับปรุงใหม่ให้สามารถตรวจจับลายนิ้วมือได้แม่นยำและรวดเร็วกว่ารุ่นก่อน ทำให้สามารถใช้งาน Apple Pay หรือปลดล็อกไอโฟนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยปัจุบันนี้ ไอโฟน6 ราคา ลดลงเหลือเพียงหมื่นต้นๆ เท่านั้นเอง เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกนึงที่น่าสนใจ เพราะ ไอโฟน6 ราคา ลดลงแต่ฟีเจอร์กลับยังทันสมัยอยู่

Tablet ยอดนิยมของคนไทย

ipad mini 4 ราคา

               หันไปทางซ้ายหรือทางขวาตอนนี้ก็คงเห็นคนถือหรือมีอุปกรณ์ IT หรือ Gadget ติดตัวกันแทบทั้งนั้น จนเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันเลยก็ว่าได้ และ Tablet นั้นก็เป็นอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งที่เป็นที่นิยมของคนทั่วโลกรวมถึงคนไทยด้วย เพราะว่ามีความสะดวกสบายและยืดหยุ่นในการใช้งานทำอะไรต่าง ๆ ได้มากมาย เราอาจเห็นคนถือ “ipad mini 4 ราคา” ประมาณ 13000 บาท อยู่ในหลาย ๆ ที่ทั้งบนรถไฟฟ้าหรือที่ป้ายรถเมล์ แต่ก็ยังมี Tablet ที่เป็นยอดนิยมของคนไทยอีกมากมาย ซึ่งเราจะมาแนะนำกัน

          1. Samsung Galaxy Tab S3

               แบรนด์ Samsung นั้นเป็นแถวหน้าของวงการ IT และ Gadget ที่ผลิตทั้ง Smartphone และ Tablet ซึ่งได้รับความนิยม ในประเทศไทยเอง Tablet ที่มาจากแบรนด์นี้ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ๆ

โดย Samsung Galaxy Tab S3 ถือว่าเป็นตัวเรือธงในสาย Tablet ของค่ายเลยก็ว่าได้ ซึ่งในเรื่องประสิทธิภาพนั้นคงไม่ต้องพูดกันเยอะ เพราะว่าจัดเต็มไปด้วย หน้าจอ  SAMOLED ขนาด 9.7 นิ้ว บนความละเอียด QXGA 2048 x 1536, แสดงผลได้ในรูปแบบ HDR ตัว CPU ใช้ของ Qualcomm Snapdragon 820 Quad-core 2.15GHz + 1.6GHz Ram 4 GB ความจุในตัวเครื่อง 32GB แต่ใส่ MicroSD Card เพิ่มได้ถึง 256GB กล้องหลัง 5MP กล้องหน้า 13MP แบตเตอรี่ 6000 mAh แถม ปากกา S Pen     

          ดีไซน์โดยรวมของเครื่องทำออกมาได้อย่างสวยงาม มีขนาดบางตามสไตล์ของ Tab S Series ตลอดจนเบาพกพาง่าย สามารถใส่กระเป๋าถือและกระเป๋าสะพายไปใช้งานที่ต่าง ๆ กันได้ง่ายดาย มีลำโพงที่พัฒนาโดย AKG ที่มาตรฐานดีมาก เสียงใส เพราะเลยทีเดียว โดยขนาดของเครื่องนั้นก็ใกล้เคียงกับ ipad mini 4 ซึ่ง Samsung Galaxy Tab S3 ราคา 24,500 บาท “ipad mini 4 ราคา” 13000 บาท

          2. Samsung Galaxy Tab A

               ในสายการผลิตของ Tablet นั้นถ้ามีตัวเรือธงก็ต้องมีรุ่นรองลงมาโดย Samsung Galaxy Tab A ก็คือรุ่นที่รองลงมาจาก Samsung Galaxy Tab S3 นั่นเอง แต่ว่าในเรื่องการใช้งานนั้นก็ลื่นไหลไม่ได้ติดขัดเลย

โดยสเปคเป็นแบบ หน้าจอ TFT LCD มีความละเอียด 1920×1200 พิกเซล ขนาด 8 นิ้ว อัตราส่วน 16:10 ใช้ชิปเซต Exynos 7904 แบบ Octa-Core Processor (2×1.8GHz Cortex-A73 & 6×1.6GHz Cortex-A53) GPU ใช้เป็นของ Mali-G71 MP2 RAM 3GB ROM 32GB รองรับ microSD Card สูงสุด 512GB กล้องหลัง 8 MP กล้องหน้า 5 MP แบตเตอรี่ 4200mAh

               มาในรูปแบบดีไซน์ที่ทันสมัยเป็นหน้าจอกว้าง ๆ ไม่มีปุ่ม Home มีโหมดกรองแสงสีฟ้า (Blue Light Filter) เพื่อปกป้องสายตา แม้ว่าตัวเครื่องจะเป็นแบบพลาสติกแต่ก็ดูสวยและมีน้ำหนักเบาแค่ 325 กรัม มีสองสีคือ ดำ กับเทา เหมาะกับการทำงานอย่างอเนกประสงค์ เมื่อนำไปเปรียบเทียบด้านราคากับอีกค่าย ipad mini 4 ราคา 13000 บาท แต่ Samsung Galaxy Tab A ราคา 10,990 บาท

          3. ipad mini 4

               ipad mini เป็นซีรีย์จาก Apple ที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย เพราะว่ามีรูปทรงที่เล็กบางแต่ครบไปด้วยประสิทธิภาพและรองรับการใช้งานที่จำเป็นต่าง ๆ โดย ipad mini 4 ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ครองใจผู้ใช้ชาวไทยมาเป็นระยะเวลหลายปี สเปคโดยรวมใช้ CPU Apple A8 Dual Core 1.5GHz 64 Bit ชิปประมวลผลการเคลื่อนไหว M8 GPU PowerVR GX6450 แรม 2GB ความจุมีตั้งแต่ 16/64/128GB

               ประสิทธิภาพในการใช้งานนั้นก็ไม่ผิดหวังเลยเพราะทำงานได้ดีกว่า IPHONE 6 และ 6 PLUS และเทียบเท่า IPAD AIR 2 สีสันของจอก็สวยงามคมเข้ม การเล่นเกมทั่ว ๆ ไปถือว่าทำได้ไหลลื่นเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเป็นเกมรุ่นใหม่ ๆ อาจจะไม่แนะนำให้ปรับขั้นสูงสุดเพราะว่าอาจจะมีค้างหรือกระตุกได้ ในส่วนของกล้องหน้าและกล้องหลังแม้จะไม่มีแฟลชมาให้แต่ก็สามารถใช้งานทั่ว ๆ ไปได้อย่างดีไม่มีปัญหา

          ทางด้านดีไซน์ก็ทำได้ตามมาตรฐานของ Apple ซึ่งดูคลาสสิคและเรียบง่าย ด้วยขนาดจอที่บางทำให้สามารถใส่ไปในกระเป๋าถือหรือถือไปพร้อม ๆ กับหนังสือได้อย่างกลมกลืน ipad mini 4 ราคาปัจจุบันประมาณ 13000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียวสำหรับ Tablet ยอดนิยมและคนที่ต้องการหา ipad mini ที่มีประสิทธิภาพดีในราคาไม่แพงไว้ใช้งาน

               และนี่คือ 3 รุ่นของ Tablet ยอดนิยมของคนไทยในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าต้องเน้นไปที่ประสิทธิภาพที่ครบถ้วนในราคาที่คุ้มค่า ดังนั้นใครที่กำลังมองหา Tablet อยู่ละก็อย่ารอช้า

นาฬิการที่เป็นได้มากกว่าที่คิด

ราคา apple watch

ในช่วงที่ผ่านมาจะสังเกตได้ว่ากระแสและเทรนต่างๆ ที่เกี่ยวกับสุขภาพหรือการดูแลตนเองกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งทำให้สินค้าและข้าวของเครื่องใช้หลากหลายชนิดได้ถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามเทรนสุขภาพนั้นด้วย รวมถึงราคาของสินค้าเหล่านั้น อาทิ ราคา apple watch , ราคาซัมซุง เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแอพขึ้นมา เพื่อใช้ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย หรือ อุปกรณ์เสริม ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยที่แค่การมีสมาร์ทโฟนไม่ได้เพียงพอกับการทำงานตรงนี้อีกต่อไป วันนี้เราจะมาพูดถึง Smart Watch หรือสาวก Apple รู้จักกันในนาม กัน Apple Watch

                หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า Smart Watch คืออะไร  Smart Watch คือ นาฬิกาที่สามารถใช้งานในฟังก์ชั่นต่างๆ ทดแทนโทรศัพท์ได้ ไม่ว่าจะเป็น  Navigator ที่สามารถใช้ได้ทั้งตอนอยู่บนยานพาหนะและตอนเดิน สามารถเชื่อมต่อกับมือถือได้แม้จะอยู่ห่างจากมือถือก็ตาม ใช้เสียงสั่งงานได้  สามารถเช็คข่าวสารหรือสภาพอากาศได้ อ่านหนังสือ ฟังเพลงะและซื้อของผ่านการเชื่อมต่อแอพจากมือถือก็ได้  รวมถึงยังสามารถตอบอีเมลล์หรือข้อความผ่านสมาร์ทวอทซ์ได้เช่นกัน จะเห็นว่าสมาร์วอทซ์เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นด้วยการทำงานและฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ถูกพัฒนามาให้ตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด นอกจากนั้นแล้วการออกแบบที่ทำออกมาก็ทำออกมาแทบจะใส่แทนนาฬิกาทั่วไปได้เลยทีเดียว แต่สิ่งที่สำคัญคือควรเช็คให้ดีว่า Smart Watch รุ่นที่เราจะซื้อสามารถเชื่อมต่อเข้ากับโทรศัพท์เราได้หรือไม่ สายนาฬิกาที่มีให้เลือกเหมาะสมกับการใช้งานของเราหรือไม่ รวมถึงหากต้องใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานแบตเตอรี่ทนทานพอหรือไม่ ต่อไปจะมาแนะนำแบรนด์ที่ทำสมาร์ทวอทซ์ออกมาและกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้

                แบรนด์แรกคงจะหนีไม่พ้นแบรนด์ผู้นำอย่าง Apple Watch ที่โดดเด่นในเรื่องของ ราคา apple watch เนื่องจากมีดีไซน์ที่ดูดี เรียบง่ายเป็นอย่างมาก และเพราะทำออกมาได้เรียบหรู ใส่ง่ายและสามารถใส่ได้กับทุกชุด ทำให้ “ราคา apple watch” นั้นก็ค่อนข้างสูงไปด้วย นอกจากนั้นแล้ว ในเรื่องของการดีไซน์มีออกมาให้เลือกได้ 2 ขนาด คือ 38 มม. และ 42 มม. มีรูปทรงตัวเครื่องให้เลือกอย่างหลากหลาย หน้าจอกันรอยขีดข่วน รวมถึงสามารถใส่ได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง รองรับภายใต้ระบบปฏิบัติการ iOS แต่ก็มีข้อเสียคือ ไม่มีระบบ GPS และฟังก์ชั่นที่รองรับเกี่ยวกับเรื่องกีฬา แต่ภาพรวมก็ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก ปัจจุบันราคา apple watch อยู่ที่หมื่นต้นๆ ในรุ่นที่ไม่มี Cellular ในขณะรุ่นที่เป็น Cellular ก็จะราคาสูงขึ้นตามลำดับ

ราคา apple watch

                แบรนด์ถัดมาก็ถือเป็นแบรนด์ผู้นำอีกหนึ่งแบรนด์ คือ Samsung เป็น Smart Watch ที่ดีไซน์ออกมาได้ สวยงาม ในแบบ Swiss-made  มาพร้อมกันกับสายหนังที่ค่อนข้างเล็ก ทำให้เข้าได้กับทุกการแต่งตัว รองรับภายใต้ระบบปฏิบัติการ Tizen สามารถตอบสนองได้ดีกว่าระบบปฏิบัติการ Android Wearสามารถหมุนตัวเรือนนาฬิกาเพื่อเปลี่ยนแอพ  การปรับระดับเสียง รวมถึงความสว่างด้วย ในด้านของข้อเสีย คือมีแอพรองรับในระบบนี้น้อยเกินไป โดยมีให้เลือกกันหลายรุ่นอย่างเช่น Samsung S2 ,Samsung Sport

                แบรนด์ที่สาม คือ Garmin เป็นแบรนด์ที่ทำ Smart Watch ออกมาในกลุ่มของการดูแลสุขภาพ ซึ่งสามารถทำได้ดีมาโดยตลอด โดยมีฟังก์ชั่นอย่างเช่น การตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ จับการเคลื่อนไหวของร่างกายและวิเคราะห์ออกมาเป็นข้อมูลโดยละเอียด ในเรื่องของดีไซน์ทำออกมาได้ดี ดูสวยงามสามารถใส่กับเสื้อผ้าได้หลากหลายรูปแบบ จอสามารถมองเห็นได้ชัดเจนแม้อยู่กลางแดดแบตเตอรี่อยู่ได้ยาวนาน สามารถใช้ร่วมกับระบบปฏิบัติการทั้ง iOS และ Android ข้อเสีย คือใช้งานยากพอสมควร จำเป็นต้องใช้เฉพาะสาย QuickFit ไม่สามารถใช้สายทั่วไปได้ รวมถึงระบบเนวิเกเตอร์ยังไม่ค่อยสมบูรณ์ซักเท่าไหร่ มีออกมาให้เลือกกันหลายรุ่น เช่น Garmin Vivoactive3 , Garmin Fenix 5S

                และแบรนด์สุดท้าย คือ Fitbit  ได้รับความนิยมอย่างมากในประเภทของสายรัดข้อมือฟิตเนส เพราะใช้งานง่ายเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสะดวกสบายที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่าย เรื่องของดีไซน์ทำได้ดูสวยงาม หน้าจอทนทานไม่เกิดรอยขีดข่วนง่าย สามารถเห็นภาพได้ชัดเจนแม้อยู่ที่กลางแจ้ง สายเปลี่ยนได้ง่าย และมีหลากหลายฟังก์ชั่น เช่น เซนเซอร์ตรวจจับการเต้นของหัวใจที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ แล้วนำค่าที่ได้ไปสรุปเป็นข้อมูลไว้ในแอพ นอกจากนั้นยังมีแบตเตอรี่ใช้งานได้อย่างยาวนาน ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ Androi ข้อเสียคือ มีแอพให้เลือกน้อย ยังไม่รองรับภาษาไทย และสายต้องใช้ของ Fibit เท่านั้น มีให้เลือกหลายรุ่น เช่น Fitbit Alta Hr , Fitbit Ionic จะเห็นได้ว่า Smart Watch มีให้เลือกกันหลายรุ่นหลายแบรนด์ซึ่งในแต่ละตัวก็มีความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกันไปก็สามารถเลือกซื้อกันได้ตามการใช้งานของตนเอง   

Gadget สามัญประจำตัว

Gadget

            ในยุคนี้ที่เทคโนโลยีได้เข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับเราจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน เนื่องจากการพัฒนาของ Gadget ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในแง่ของความเร็วและการใช้งานแบบอเนกประสงค์ ซึ่งอำนวยความสะดวกสบายและเป็นส่วนประกอบในเรื่องแฟชั่นของผู้เป็นเจ้าของเป็นอย่างมากราคา Samsung ที่เป็นสินค้า Gadget ก็มีหลายช่วงมาก

          เราจะมาแนะนำถึง Gadget ที่คนในยุคปัจจุบันต้องมีติดตัวหรือติดบ้านไว้ว่ามีอะไรบ้างและจำเป็นกับชีวิตของคุณมากแค่ไหน

          1. Smartphone

            ยอมรับจริง ๆ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่คนส่วนใหญ่ในสมัยนี้ต้องการในเรื่องเทคโนโลยีและการสื่อสารรวมอยู่ใน Smartphone แค่เครื่องเดียวจริง ๆ และด้วยการที่ความต้องการของผู้ใช้ที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้บริษัทผู้ผลิตต่าง ๆ ได้พัฒนารุ่นที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นตลอดเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย แบรนด์ซึ่งเป็นที่นิยมก็มีอย่างเช่น Samsung, Huawei, Apple เป็นต้น

          สิ่งที่ต้องคำนึงเป็นอย่างแรกในการซื้อ Smartphone ก็คือต้องถามตัวเองก่อนว่ามีไลฟ์สไตล์แบบไหน ใช้งานทางด้านไหนมากเป็นพิเศษ อย่างเช่นถ้าเป็นคนชอบถ่ายรูปกับเล่นโซเชียลมีเดียแต่ว่าไม่ชอบเล่นเกมก็ควรเลือก Smartphone ที่ถ่ายรูปสวยและมีหน้าจอที่ค่อนข้างกว้างเพื่อสะดวกในการเล่น Facebook หรือ Instagram แต่ว่าในส่วนของระบบประมวลผลเช่น CPU หรือ Ram ก็เลือกในแบบที่พอสมควรไม่ต้องเร็วมากเพราะว่าไม่ต้องประมวลผลหนัก ๆ เพื่อการเล่นเกมนั่นเอง

          โดยยกตัวอย่างราคา Samsung ในส่วนของมือถือนั้นก็มีหลากหลายให้ได้เลือกซื้อ อันนี้แล้วแต่งบประมาณและความชอบของแต่ละคนเลยจริง ๆ แต่ว่าก่อนซื้อให้นึกถึงข้อสำคัญที่ได้แนะนำไปว่ามีไลฟ์สไตล์และเน้นการใช้งานแบบไหน

          2. Smartwatch

            นาฬิกาเป็นเครื่องใช้และเครื่องประดับคู่ข้อมือของเรามานานแล้วตั้งแต่ที่โลกของเรายังไม่คุ้นเคยกับคำว่า Gadget แต่ตอนนี้ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาแทรกซึมเข้ามาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับอุปกรณ์เครื่องใช้หลายอย่าง นาฬิกาจึงได้กลายร่างเป็น Smartwatch

          Smartwatch นั้นนอกจากทำหน้าที่บอกเวลาแล้วยังสามารถเป็นอุปกรณ์เพื่อเป็นประโยชน์อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นการเป็น Notification ของ Smartphone ที่เชื่อมต่อไว้ก่อนหน้า สามารถอ่านข้อความ ตอบแชทได้ง่าย ๆ ในทันที อีกทั้งยังสามารถวัดฮาร์ทเรทในการออกกำลังกาย รวมไปถึงเก็บข้อมูลหลาย ๆ อย่างในชีวิตประจำวันได้ยกตัวอย่างเช่นสถิติในการนอนหลับ

          การซื้อเพื่อนำมาใช้งานก็ต้องดูในส่วนของความต้องการอีกเช่นกันว่าต้องการในระดับไหน โดยถ้าคุณเป็นสายกีฬาเต็มตัวก็ไปดู Galaxy Watch รุ่น SM-R800NZSATHO ได้เลย เพราะว่าสามารถกันน้ำกันฝุ่นได้เต็มที่ แถมฟังก์ชั่นเพื่อสนับสนุนสุขภาพและการออกกำลังกายอีกมากมาย โดยราคา Samsung ในส่วนของ Galaxy Watch รุ่น SM-R800NZSATHO นั้นราคาก็ไม่แพงมากโดยอยู่ที่ 10,900 บาท

          3. หูฟัง

          เสียงเพลงกับชีวิตของเราบางทีก็แยกกันไม่ออก ยิ่งการที่มีหูฟังดี ๆ ติดตัวไว้ก็ทำให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้นได้ ที่แน่นอนที่สุดในเรื่องของประสิทธิภาพของหูฟังที่ดีก็คือคุณภาพเสียงที่ถูกใจผู้ฟังและที่สำคัญต่อมาก็คือดีไซน์ที่สวยงามเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นเครื่องประดับของแต่ละคน

          หูฟังที่ออกมาแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวและหลายประเภทสวมใส่ เช่น หูฟังครอบหูชนิดนี้เหมาะกับการฟังเพลงสบาย ๆ ไม่เน้นพลังเบส หรือหูฟังรุ่นนั้นมีลักษณะเป็นหูฟังอินเอียร์เน้นเบสฟังสนุกสนาน แต่ถ้าจะพูดถึงความสะดวกสบายสมกับการเป็น Gadget ในยุคสมัยนี้ก็ต้องเน้นไปที่หูฟังแบบ Bluetooth โดย หูฟัง Samsung Gear IconX(R140) นั้นก็ดูจะเหมาะสมกับสิ่งที่ว่ามา เพราะด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยเข้าได้กับทุกแฟชั่นการแต่งตัว พลังเสียงครบสามารถฟังเพลงได้ทุกแนว มีแบตเตอรี่ที่อยู่นาน 7-5 ชั่วโมง สามารถรับโทรทัศน์และคุยได้ในทันที สนับสนุนการออกกำลังกายอย่างเช่นทำหน้าที่เป็นโค้ชส่วนตัวบอกผลการออกกำลังกายในแต่ละวัน และที่สะดวกสบายมาก ๆ เลยนั่นก็คือมีหน่วยความจำภายในถึง 4 GB ฟังเพลงได้โดยที่ไม่ผ่านอุปกรณ์ใด ๆ เลย ราคา Samsung

            และนี่คือเรื่องราวของ Gadget ที่คนในยุคสมัยนี้หลาย ๆ คนนิยมให้มีติดตัวติดบ้านกัน และเชื่อว่ายังมีอีกหลายชิ้นที่ยังไม่ได้หยิบยกมาเป็นตัวอย่างกัน ราคา Samsung ในส่วนของ Gadget ก็มีมากมายให้เลือก หวังว่าในโอกาสต่อ ๆ ไปจะมาแนะนำกันอีกนะครับ