สินค้าเทคโนโลยีเพื่อคนวัยผู้ใหญ่ที่คุณรัก

"ราคาไอโฟน6 plus"

               ต้องยอมรับกันเลยว่าในปัจจุบันนั้นสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยีต่าง ๆ นั้นได้รับความนิยมในทุกเพศทุกวัย เพราะแต่ละช่วงอายุนั้นก็มีความต้องการในการทำงานรวมไปจนถึงความต้องการเกี่ยวกับความบันเทิงที่แตกต่างกัน และในวัยผู้ใหญ่ที่อายุ50 ปีขึ้นไปที่หลายคนอาจคิดว่าเครื่องมือเกี่ยวกับเทคโนโลยีอาจจะไม่จำเป็นแล้วก็ได้ อยากบอกว่าวัยนี้ก็เหมือนคนช่วงอายุอื่น ๆ ที่ต้องใช้ของเหล่านี้เหมือนกัน ซึ่งก็จะมีค่างวดแตกต่างกันไป เช่น“ราคาไอโฟน6 plus” ที่จอใหญ่ในปัจจุบันก็อาจจะมีราคา 8000 บาท เป็นต้น

          นอกกจากสินค้าในไลน์สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ที่เหมาะสมกับคนในวัยนี้ ยังมีสินค้าเทคโนโลยีประเภทอื่น ๆ ที่จะมาตอบความต้องการและไลฟ์สไตล์ แต่ว่าจะเป็นอะไรบ้างนั้นเราไปดูกันได้เลยครับ

          1. ไอโฟน6 plus

               เป็นสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าและเหมาะกับผู้ใช้ในวัยผู้ใหญ่มาก เพราะว่ามีการทำงานก็ลื่นไหลไม่ติดขัด ถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่นที่ออกมานานแล้วก็ตามแต่ก็มีความสามารถในการทำงานพื้นฐานที่ครบครัน ทั้งเปิดอินเตอร์เน็ต เล่นโซเชียลมีเดีย ดูวีดีโอออนไลน์ หรือโทรเข้าโทรออก

          และจุดเด่นที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายมากก็คือหน้าจอที่ใหญ่ขนาด 5.5 นิ้ว ซึ่งเต็มตาไม่ต้องเพ็งกันเลยทีเดียว ดังนั้นจึงดีต่อสุขภาพตามาก พร้อมกับมีโหมดกลางคืนซึ่งคล้ายคลึงกับโหมดถนอมสายตารับรองว่าอ่อนละมุนนุ่มนวลมากเลยทีเดียว ราคาไอโฟน6 plus ก็ไม่แพงแล้วนะ

          2. ลำโพงพกพา JBL GO 2

               วัยผู้ใหญ่ก็ต้องมีช่วงเวลาที่อยากฟังเพลงเก่า ๆ หรืออยากฟังข่าวสารความเคลื่อนไหวของสังคมผ่านรายการวิทยุบางคนอาจจะอยากผ่อนคลายจิตใจให้สบายด้วยการฟังธรรมะ ซึ่งลำโพงของสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตนั้นอาจจะเล็กเกินไปทำให้คุณภาพเสียงและความดังอาจจะไม่ถูกใจเท่าไหร่ ครั้นจะใช้สายต่อเข้าลำโพงใหญ่ก็คงจะยุ่งยากและไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ดังนั้นลำโพงพกพาจึงเหมาะสมเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

          และลำโพงพกพาของ JBL รุ่น GO ก็ได้รับความนิยมในหมู่นักฟังเพลงทั่วไปมาเป็นเวลานาน เพราะเสียงดังมีมิติมีขนาดเล็กกระทัดรัดเชื่อมต่อง่ายกับทุกอุปกรณ์และมีสีสันสวยงาม ซึ่งเมื่อออกรุ่น 2 มา ในชื่อ JBL GO 2 ก็ได้เพิ่มคุณสมบัติกันน้ำขึ้นมาด้วย ความน่าใช้หลาย ๆ อย่างที่กล่าวมาก็น่าจะเป็นตัวเลือกในหมวดลำโพงพกพาที่ดีสำหรับผู้ใช้ในวัยผู้ใหญ่ ยิ่งถ้ามี ไอโฟน6 plus ด้วยแล้วล่ะก็ยิ่งง่ายไปใหญ่เพราะว่าเชื่อมต่อกันได้ไม่กี่ขั้นตอน ดังนั้นไม่ว่าจะไปฟังในห้องนอน เปิดตอนรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน หรือเปิดเบา ๆ ระหว่างนั่งพักก็สามารถทำได้อย่างสบาย ราคาก็ไม่แพงจับคู่กับ”ราคาไอโฟน6 plus” ที่ไม่แพงยิ่งดีใหญ่

          3. Samsung Galaxy Tab S5e

               แม้ว่าจะมีสมาร์ทโฟนที่จอใหญ่แล้ว แต่การดูคลิปวีดีโอหรืออ่านหนังสือตลอดไปจนถึงการท่องอินเตอร์เน็ตเป็นเวลานาน ๆ ก็ต้องการจอที่ใหญ่ขึ้นมาจากสมาร์ทโฟนนั่นเอง ซึ่งแท็บเล็ตนั้นก็คือคำตอบที่ดีที่สุด ซึ่งก็มีหลายแบรนด์หลายรุ่นให้ได้เลือกซื้อกันและ Samsung ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยถ้าจะพูดถึงรุ่นที่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่และคุ้มค่ามาก ๆ ในตอนนี้ก็คงจะเป็น Galaxy Tab S5e นั่นเอง เพราะมีการทำงานที่รวดเร็วหน้าจอใหญ่ขนาด 10.5 นิ้ว แบบ sAMOLED เหมาะกับการใช้งานเพื่อความบันเทิงเป็นอย่างมาก และยิ่งไปกว่านั้นยังมีระบบสแกนนิ้วมือสำหรับเปิดเครื่องหมดปัญหาการจำพาสเวิร์ดเปิดเครื่องไม่ได้

          เรื่องการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ ก็ทำได้ง่ายตามสไตล์อุปกรณ์ Android เลยทีเดียว และไม่ได้ใช้งานสะดวกในบริเวณที่พักอาศัยเท่านั้น เนื่องจากน้ำหนักที่เบาเพียง 400 กรัม ทำให้สามารถนำไปใช้งานนอกบ้านได้สบาย ๆ

          4. SAMSUNG Gear Sport รุ่น SM-R600NZBATHO

               การออกกำลังนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกเพศทุกวัย และในวัยผู้ใหญ่นั้นก็ต้องมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สุขภาพดีอย่างสม่ำเสมอและอุปกรณ์ของสมาร์ทวอทช์ก็สามารถช่วยได้เป็นอย่างดี แต่การใช้งานนั้นก็ต้องง่ายและครอบคลุมในชีวิตประจำวันด้วย โดย SAMSUNG Gear Sport รุ่น SM-R600NZBATHO ส่งเสริมกับการทำงานกับแอปพลิเคชันจาก Google Fit ที่คอยเตือนให้ออกกำลังกายง่าย ๆ เช่นให้พยายามเดินเมื่อนั่งอยู่เฉย ๆ นานเป็นต้น

          และนี่คือสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยีสำหรับวัยผู้ใหญ่ที่เรานำมาเสนอทุกท่านในครั้งนี้ บางอย่างคุณภาพดีและราคาเป็นมิตรอย่างราคาไอโฟน6 plus ก็ไม่แพงเลย หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านที่วางแผนจะซื้อกันนะครับ

Apple iPhone XS Max เทคโนโลยีสุดล้ำ เหนือกว่าทุกระดับ

iPhone XS Max

ไอโฟน (iPhone) เมื่อเอ่ยถึงชื่อนี้เชื่อว่าหลายคนทั้งนอกและในวงการเทคโนโลยีต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีแน่นอน เพราะ iPhone เป็นโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพลิกโฉมวงการมือถือและได้กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมประจำปีจากนิตยสารไทม์ ซึ่งปัจจุบันออกมาแล้วถึงรุ่น iphone xs max ราคาก็ตามคุณภาพของสินค้า

ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ iPhone ที่เป็นโทรศัพท์มือถือแบบไร้ปุ่มกดหมายเลขโทรศัพท์ แต่จะมีเพียงปุ่มเดียวที่โดดเด่นรู้จักกันในชื่อปุ่มโฮม (Home) ส่วนการใช้งานจะสั่งการทำงานผ่านหน้าจอสัมผัสแบบมัลติทัชบนระบบปฏิบัติการที่แอปเปิลพัฒนาขึ้นมาเองเรียกว่า iOS เป็นตัวขับเคลื่อนให้กับ iPhone ปัจจุบัน iPhone ได้กลายเป็นโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนในฝันของใครหลายๆ คนบนโลก

อนึ่ง ไอโฟนนับว่าเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีความสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตและมัลติมีเดีย ซึ่งผลิตและจำหน่ายโดยบริษัท Apple และด้วยสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้คนสนใจและจับตามองไอโฟนเป็นอย่างมากก็เนื่องจากคือการเก็บรักษาความลับของสินค้าที่แทบจะไม่เล็ดลอดออกมาเลยทีเดียว ดังนั้นการเปิดตัวสินค้าในแต่ละครั้งสร้างความหน้าตื่นตาตื่นใจได้เสมอ ทุกครั้งที่ออกสินค้าตัวใหม่

ดั่งที่กล่าวเอาไว้ในเบื้องต้นว่า ไอโฟน X S Max รุ่นล่าสุด นั้นมาพร้อมกับ Concept ว่า “ขอต้อนรับสู่โลกใหม่ของจอใหญ่” ซึ่งจะทำให้คุณได้พบกับ Super Retina สองขนาด โดยหนึ่งในนั้น คือจอภาพที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone แล้วยังมี Face ID ที่เร็วยิ่งขึ้น ชิพที่ทั้งฉลาดและทรงพลังที่สุดในสมาร์ทโฟน พร้อมด้วยระบบกล้องคู่สุดล้ำ เรียกได้ว่า iPhone X S Max คือขีดสุดของทุกอย่างที่คุณชอบเกี่ยวกับ iPhone

จอภาพ Super Retina OLED ในสัดส่วนใหม่หมดของความงาม

อย่างที่ได้กล่าวกันไปเบื้องต้นแล้วว่า เตรียมพบกับ Super Retina สองขนาด โดยหนึ่งในนั้นคือจอภาพที่ใหญ่ ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone แล้วยังมี Face ID ที่เร็วยิ่งขึ้น ชิพที่ทั้งฉลาดและทรงพลังที่สุดในสมาร์ทโฟน พร้อมด้วยระบบกล้องคู่สุดล้ำ เรียกได้ว่า ไอโฟน XS Max คือขีดสุดของทุกอย่างที่คุณชอบเกี่ยวกับ iPhone ด้วยจอภาพ Super Retina ในแบบใหญ่และใหญ่ขึ้น OLED แบบเฉพาะบน ไอโฟน XS Max ถ่ายทอดสีสันได้แม่นยำที่สุดในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน อีกทั้งยังมาพร้อม HDR และสีดำที่ดำสนิท วัสดุที่ไม่ธรรมดา กระจกที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน และยังมีสีทองใหม่สวยงามผ่านกระบวนการที่ลงลึกถึงระดับอะตอม พร้อมขอบสแตนเลสสตีลเกรดเดียวกับที่ใช้ทำเครื่องมือศัลยกรรมซึ่งผ่านการตัดแต่งรูปทรงอย่างแม่นยำและอีกระดับของความสามารถในการทนน้ำและฝุ่น

Face IDใบหน้าของคุณคือรหัสผ่าน

iPhone XS M ax มาพร้อมกับ Face ID ที่ล้ำหน้านำสมัย ความปลอดภัยจะเป็นเรื่องง่ายๆ เมื่อใบหน้าของคุณคือรหัสผ่าน คุณสามารถปลดล็อค iPhone, ล็อกอินเข้าสู่แอพหรือบัญชีต่างๆ และอีกมากมายได้เพียงแค่เหลือบมอง นี่แหละการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน และวันนี้ก็ยังทำงานได้เร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย

ชิพ A12 Bionic อันชาญฉลาด

จากการพัฒนาในทุกส่วน นี่คือชิพที่ทั้งฉลาดและทรงพลังที่สุดในสมาร์ทโฟน พร้อมด้วย Neural Engine เจเนอเรชั่นถัดไปของเรา เพื่อประสบการณ์เทคโนโลยีความจริงเสริมอันน่าทึ่ง การควบคุมระยะชัดลึกที่ให้คุณถ่ายภาพบุคคลได้สวยงามประทับใจ และความรวดเร็วลื่นไหลในทุกๆ อย่างที่คุณทำ

ระบบกล้องคู่สุดล้ำ

ยอมรับได้เลย iPhone X S Max จะเป็นกล้องที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกนี้ คือนิยามของยุคใหม่แห่งการถ่ายภาพด้วยเซ็นเซอร์สุดล้ำที่ทำงานร่วมกับ ISP และ Neural Engine เพื่อให้คุณสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อนและก็นี่ iPhone X S Max มาพร้อม 4G LTE Advanced ที่ดาวน์โหลดได้เร็วสุดขั้ว 5

และยังเป็น iPhone ที่มีความจุสูงสุดเท่าที่เราเคยสร้างมา ด้วยพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มีมากถึง 512GB

ไม่มีโทรศัพท์ไหนเหมือน iPhone ทุกการตัดสินใจและการคิดทบทวน คือสิ่งที่ทำให้ iPhone แตกต่างจากโทรศัพท์อื่นๆ เริ่มตั้งแต่การผลิต การผสานความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเข้าด้วยกันตั้งแต่แรกเริ่ม ไปจนถึงวิธีอันล้ำสมัยที่เราใช้ในการรีไซเคิลส่วนประกอบของเครื่อง

OnePlus ..Start up จากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่

OnePlus

OnePlus คือ บริษัท Start up จากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเริ่มต้นดำเนินการตั้งแต่ปี 2013 โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งคือ Carl Pei และ Pete Lau อดีตรองประธานกรรมการบริษัท Oppo และ ปัจจุบัน OnePlus ถูกถือหุ้นโดยบริษัทลูกของ Oppo แถมบริษัทแม่ของ Oppo ยังเป็นเจ้าของแบรนด์ Vivo ด้วย ซึ่งบอกได้เลยว่าท่ามกลางความโหดร้ายของตลาดสมาร์ทโฟนในยุคนั้น เรียกได้ว่าเป็นสงครามกันเลยทีเดียว

ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่บริษัทหน้าใหม่จะเกิดขึ้นมาได้ เพราะลำพังบริษัทยักษ์ใหญ่ยังอยู่ยาก มีแต่ Samsung สู้กับ iPhone  แข่งขันกันจนแบรนด์เก่าแก่ในตลาดจะตายกันหมด แต่ท่ามกลางมหาสงครามสมาร์ทโฟนในยุคนั้น OnePlus ก็ได้สร้างชื่อของตัวเองได้ด้วยความ “ต่าง” ทั้งทางด้านราคา และ ช่องทางการจำหน่าย รวมถึงแคมเปญต่าง ๆ ทั้งนี้ ชื่อ One Plus ยังมีความหมาย 2 ระดับด้วยกัน ได้แก่ ระดับแรกคือเป้าหมายของแบรนด์ ที่ไม่ได้เพียงต้องการเป็นที่หนึ่งในใจของผู้บริโภคและในตลาดสมาร์ทโฟน แต่เป็นยิ่งกว่าที่หนึ่งและอีกความหมายระดับนึงที่ลึกลงไปกว่านั้นก็คือ One หมายถึงตัวแทนลูกค้า 1 คน ที่ได้ลองใช้มือถือเครื่องนี้แล้วประทับใจมาก จนอยากบอกต่อเพื่อน (Plus) จนกลายเป็นแบรนด์ที่สร้างตัวได้จากสินค้าที่ดีจนทำให้เกิดการตลาดแบบปากต่อปากได้ในที่สุด

ในส่วนสโลแกนที่ว่า Never Settle นั้น คนที่จริงจังกับการเอาใจลูกค้าคงเข้าใจคำมั่นสัญญานี้ดี เพราะทีมงานรู้ดีว่าทั้งตัวเองและแฟนๆ มือถือ มีความชอบ ความหวัง และความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุด ฉะนั้นพวกเขาเองก็ไม่มีวันพึงพอใจกับสินค้าของตัวเองในวันนี้ หวังที่จะแก้ไขไปเรื่อยๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเรื่อยไปนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม One Plus เปิดตัวด้วยมือถือรุ่นแรก One Plus 1 ในปี 2104 และได้รับการตอบรับอย่างยอดเยี่ยม ด้วยสเปคดีที่สุดในยุค แต่ราคาถูกกว่าเทพอย่าง Samsung S5 เกือบครึ่ง พร้อมดึง Cyanogen Mod กลุ่มนักโมฯ รอมที่แอนดรอยด์สายแข็งรู้จักกันดีให้มาพัฒนารอมสำหรับ One Plus 1 ยืนยันความแรงทั้่งสเปค และ ซอฟท์แวร์ อีกทั้งยังใช้เครื่องหมายการค้า CyanogenMod ทำตลาดนอกประเทศจีนด้วย ยิ่งทำให้ One Plus ได้รับความสนใจในหมู่ผู้คนที่ชื่ชอบรมือถือระบบแอนดรอยด์ขึ้นไปอีก แม้ภายหลัง One Plus กับ Cyanogen จะแยกทางกันไปในเวลาอันสั้น

นอกจากนี้ ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนต่างๆ One Plus ก็ได้เริ่มต้นออกแคมเปญต่างๆ เพื่อให้เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยกันมากขึ้น เช่น แคมเปญ Ladies First โดยให้ผู้หญิงถ่ายเซลฟี่ตัวเองกับโลโก้ One Plus โดยคณะกรรมการจะเลือกผู้ชนะ หลังจากนั้นก็ออกแคมเปญ “ทุบเครื่องเก่าทิ้งสิ แล้วเราอาจจะให้คุณซื้อ One Plus ในราคาแค่ 1 เหรียญ” แต่สำหรับแคมเปญนี้สร้างกระแสลบไปพอควร เนื่องจากโดนติเตียนว่าไม่คำนึงถึงความปลอดภัยจากการกำจัดทำลายอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์อย่างถูกวิธี จนทางบริษัทต้องเปลี่ยนจาก “ทุบ” เป็น “บริจาก” แทน แต่กระนั้นท่ามกลางกระแสลบต่าง ๆ แต่ยอดขายของ One Plus ก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล โดยมียอดขาย One Plus 1 ไปร่วม 1 ล้าน 5 แสนเครื่อง

ต่อมาในปี 2015 ก็เปิดตัวด้วยรุ่นสอง คือ One Plus 2 ที่ยังคงคอนเซ็ปต์สเปคเทพ ราคาถูก จนบางเวปใช้คำว่า “ถูกจนต้องร้องขอชีวิต” พร้อมเพิ่มความเท่และน่าสนใจด้วยฝาหลังที่มีให้เลือกหลากหลายวัสดุตามภาพด้านบน นอกจากความเท่และน่าสนใจของฝาหลังที่สมัยนั้นไม่มีใครกล้าลอง งานเปิดตัวก็ฮือฮาไม่น้อย เพราะงานเปิดตัวไม่ขึ้นเวทีพรีเซ้นท์ เหมือนคนอื่นทั่วๆ ไป แต่เปิดตัวบนโลกเสมือนจริง / Virtual Reality ที่ต้องดูผ่าน One Plus Google Cardboard ผ่านแอพฯ เท่านั้น เรียกได้ว่าว่าเปิดตัว 2 รุ่นแรกมากได้อย่างฮือฮามาก แม้ในประเทศไทยจะได้ลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่ภาพรวมถือว่าแจ้งเกิดได้ภายใต้ “มหาสงครามสมาร์ทโฟน” ในยุคนั้นที่ใครวิ่งไม่ทันก็ตกขบวนไปอย่าง Nokia, BlackBerry, Motorolla และ อีกหลายแบรนด์

ปัจจุบันภาพรวมของ One Plus นับเป็นมือถือที่น่าจับตามอง ด้วยสเปคและราคาถูกจนแทบไม่คิดอะไรมาก ด้วยลักษณะและทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าในปีแรก ๆ อาจจะมีปัญหาหรือกระแสลบค่อนข้างเยอะ แต่การก้าวเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนได้ก็ต้องถือว่าการรันตีคุณภาพได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ราคาไม่แพง แต่หน้าแพงมากด้วย oppo f1s

oppo

จากปรากฏการณ์ต่าง  จากสมาร์ทโฟนของ OPPO F1 series ที่ตอนนี้ยังคงความแรงอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะครองอันดับ 2 ส่วนแบ่งตลาดในจีนแล้ว ในบ้านเราก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เป็นแบรนด์ที่สร้างความแข็งแกร่งในเรื่องกล้องถ่ายภาพ และกล้องหน้าเซลฟี่มาอย่างต่อเนื่อง จาก F1 มา F1 Plus  และล่าสุดกับ OP PO F1s ที่เอาความเนียนใสของกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลจาก F1 Plus มาปรับดีไซน์นิด เปลี่ยนวัสดุหน่อย แต่ที่ได้มาเพิ่มคือความคุ้มค่าด้วย ราคา oppo f1s อยู่ที่ 9,990 บาท

            Op po f1s มากับสโลแกนว่า “Selfie Expert” ที่ทำให้หน้าคุณแพง ในราคาที่ไม่แพงเลย ในส่นแรกคือดีไซน์ และรูปแบบของตัวเครื่องดีไซน์ตัวเครื่องแบบโลหะ ส่วนมุมตัวเครื่องทั้งสี่ด้านมีความโค้งมนเล็กน้อย เพื่อการจับถือได้ถนัดมือ โดยมีขนาดตัวเครื่องกว้าง 76 มิลลิเมตร สูง 154.5 มิลลิเมตร หนา 7.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 160 กรัม

ด้านหน้าตัวเครื่อง มีจอแสดงผล AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล  และครอบทับด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D Gorilla Glass 4 รวมถึง op po f1s เป็นเครื่องสองซิมการ์ดที่แยกเอาสล็อต Micro SD card ออกมาต่างหาก รวมเป็นสามสล็อต ทำให้มันสามารถใช้งานทั้งสองซิมการ์ด

ในขณะที่ใส่หน่วยความจำเพิ่มเข้าไปได้ด้วยพร้อมกัน ไม่เหมือนแบรนด์อื่น  ที่ช่วงนี้นิยมใช้ถาดใส่ซิมแบบไฮปริด ที่สล้อตซิมที่สองต้องเลือกใช้ระหว่างจะต้องการใส่ซิมหรือจะใส่ Micro SD card ได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง นับว่าเป็นจุดเด่นอีกอย่างนึงของ op po f1s เลยทีเดียว

oppo ช่วงนี้ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมสำหรับคนที่มีงบประมาณระดับกลาง   และ OP PO F1s ก็มาด้วยราคาจำหน่ายที่ไม่ถึงหนึ่งหมื่น คือจ่ายเงินหนึ่งหมื่นแล้วได้เงินทอน ทำให้มันเป็นสมาร์ทโฟนที่จับต้องได้ง่ายในเกือบทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งคนวัยทำงาน วัยรุ่น นักศึกษา เป็นต้น

ซึ่งในเรื่องของการใช้งานทั่วไปถือได้ว่าตัวนี้ค่อนข้างเพียงพอต่อการใช้งานในทุก  ด้าน การใช้งาน ไม่ว่าจะเล่นเกมไหลลื่นดี ยังไม่มีการกระตุก ค้างหรือติดขัดใด  สามารถเล่นไฟล์หนัง FullHD หรือเปิดเข้าหน้าเว็บไซด์ต่าง  ไม่มีปัญหา ในส่วนของผู้เริ่มต้นที่อยากมีสมาร์ทโฟน การใช้งานของ op po f1s ก็ออกแบบมาให้ใช้ง่าย  ไม่ซับซ้อนวุ่นวาย แต่ก็มีธีม และการปรับแต่งพอให้มาเป็นลูกเล่นอีกพอสมควร รวมถึงการป้องกันกับปุ่มแสกนลายนิ้วมือด้านล่าง ทำหน้าที่เหมือนปุ่มโฮม

การสแกนเพื่อปลดล็อกหน้าจอจำเป็นต้องสัมผัสปุ่มลงไป ตัวเครื่องก็จะทำการปลุกหน้าจอขึ้นมาทำงาน ปลดล็อกพร้อมเข้าใช้ในทันที โดยเราสามารถกำหนดลายนิ้วมือเพื่อการทำงานที่ต่างกันได้ เช่น ใช้นิ้วที่หนึ่ง สำหรับสแกนเพื่อปลดหน้าล็อกสกรีน และใช้ลายนิ้วมืออีกนิ้วเพื่อสแกนเข้าใช้งานแอพพลิเคชั่นที่เรากำหนดไว้

ซึ่งตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ สามารถสแกนได้ไว ไม่ติดขัดแน่นอน เมื่อสัมผัสลงไปก็ขึ้นหน้าการใช้มาให้ทันที นอกจากนี้ยังมียังมีโหมดการทำงานต่าง  ที่ใช้งานร่วมกับเซ็นเซอร์ของตัวเครื่องอีกด้วย เช่น การวาดสัญลักษณ์บนหน้าจอเพื่อเข้าใช้การทำงานบางอย่างได้ในทันที อาทิ วาดตัว O เพื่อเข้าโหมดกล้องหรือวาดตัว V เพื่อเปิดไฟฉาย โดยสิ่งเหล่านี้เราเป็นคนกำหนดได้ เป็นฟังชั่นที่มีให้มาในแทบทุกรุ่นของทาง OP PO  และยังคงมีให้ใช้ใน op po f1s ด้วยเช่นกัน

            มาถึงในเรื่องสำคัญที่เรียกว่าเป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่น op po f1s คือกล้อง โดย op po f1s เป็นเครื่องที่ให้กล้องหน้ามามีความละเอียดสูงกว่ากล้องหลัง กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล แต่กล้องหลังมี 13 ล้านพิกเซล ส่วนในเรื่องของคุณภาพก็สมราคาที่โปรโมทไว้ ไม่ทำให้ผิดหวัง กล้องหน้าทำได้ดีมากทั้งเรื่องของคุณภาพ และซอฟท์แวร์ปรับแต่ง Beautify 4,0 ซึ่งทำให้หน้าของผู้ถ่ายดูเนียน ขาวใส  และไม่ดูแปลกผิดมนุษย์เกินไป โดยสามารถปรับความเนียนได้ถึง 7 ระดับ

ในความสามารถกล้องของ op po f1s ไม่ได้มีแค่เพียงการถ่ายกล้องหน้า เซลฟี่แค่เพียงอย่างเดียว ยังสามารถที่จะถ่ายภาพแบบมุมกว้างได้ด้วย เพิ่มองศารับภาพโดยการแพนกล้องไปมาจากซ้ายไปขวา เป็นการบันทึกภาพแนวพาโนรามาแบบใช้กล้องหน้าเพื่อถ่ายภาพกลุ่มหรือเก็บภาพทิวทัศน์เพิ่มเติมซึ่งทำให้เพิ่มความน่าสนใจเข้าไปอีก ในส่วนของกล้องถ่ายภาพด้านหลัง ยังสามารถถ่ายภาพบุคคลด้วยโหมดบิวตี้ได้เช่นกัน รวมทั้งมีโหมดการถ่ายภาพกลางคืนที่จะช่วยให้ถ่ายภาพยามแสงน้อยได้มากขึ้น ซึ่งในส่วนของตัวภาพอาจจะได้ตามราคาของสมาร์ทโฟน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ แต่ทว่า ถ้าเป็นภาพในแสงกลางวันพูดได้เลยว่า ภาพมีความสวยคม โฟกัสไม่ช้า สีสันไม่แปลกจนเกินไป

กล่าวคือ ความครบเครื่องของ op po f1s อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ แม้ทุกอย่างจะไม่โดดเด่นจนเห็นได้ชัด แต่เมื่อเทียบกับราคาแล้ว ซึ่ง op po ราคา ของf1s อยู่ที่ไม่เกินหมื่น สำหรับคนที่พอใจกับแบรนด์ของ OP PO อยู่แล้ว op po f1s ก็เป็นหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ

ความชาญฉลาดของ iphone x

iphone x

ในขณะที่สมาร์ทโฟนแบรนด์ต่างๆ ออกมาแข่งขันกันอย่างบ้าคลั่งแล้วนั้น ด้าน Apple ก็ไม่น้อยหน้า ล่าสุดได้ปล่อยสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์ไม่เหมือนใคร ให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของกันไปแล้ว นั่นก็คือ “iphone x” หรือ “ไอโฟน X” ซึ่งรุ่นนี้ ทาง Apple ได้สร้างสรรค์ ไอ โฟน x เป็นหน้าจอทั้งหมด เพื่อให้รู้สึกถึงความเป็นอนาคต  และชาญฉลาดในด้านการสัมผัส เสียงของคุณ หรือแม้แต่การเหลือบมองได้  และวันนี้ เราจะให้คุณได้สัมผัสถึงความชาญฉลาดของ ไอ โฟน x กัน

ครั้งแรกนั้น ทุกคนจะเข้าใจผิดว่า “iphone x” หรือ “ไอโฟน X” มันคือ “ไอโฟน เอ็กซ์” แต่จริงๆ แล้ว มันคือ “ไอโฟน สิบ” ต่างหาก ซึ่งหลายๆ คนก็คงเคยสงสัยว่าทำไมมี iPhone 8 แล้ว ก็ต้องเป็น iPhone 9 สิ แต่ทำไมก้าวกระโดดมาเป็น ไอ โฟน x เลย นั่นก็เป็นเพราะว่า เมื่อปี 2007 เป็นปีที่ทาง Apple ได้ปล่อยสินค้าที่มีชื่อเรียกว่า iPhone เป็นครั้งแรก  และได้ครบรอบ 10 ปี ในปี 2017 ทาง Apple จึงได้เปิดตัว ไอ โฟน x ออกมา เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองนั้นเอง

ไอโฟน สิบ หรือ ไอ โฟน x มาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยงามมากกับหน้าจอไร้ขอบ ขนาด 5.8 นิ้ว  เป็นหน้าจอแบบ OLED Super Retina Display ความละเอียด 2436×1125 มีมาตรฐานสูง สามารถถ่ายทอดสีสันได้สวยงาม และแม่นยำ แสดงสีดำได้ดำสนิท มีความสว่างสูง  และมีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ 1,000,000 ต่อ 1 หน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว ให้มุมมองที่กว้างขึ้น ใหญ่ขึ้น แต่ก็ไม่ใช่แค่ใหญ่เต็มมือ แต่ยังสวยเต็มตาด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังมีจุดเด่นในเรื่องของเทคนิค และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการทำให้จอภาพโค้งรับกับดีไซน์แบบโค้งอย่างแม่นยำ ไปจนจรดมุมมนทั้งสี่ด้านอย่างสวยงามลงตัว

ส่วนดีไซน์ภายนอกทำออกมาได้สวยงามมาก กระจกที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนทั้งด้านหน้า และด้านหลัง เพราะมีชั้นเสริมความแข็งแกร่งที่หนาขึ้นอีก 50% อีกทั้งยังมีกระบวนการลงหมึก 7 ชั้นที่ทำให้สามารถแสดงเฉดสี และความทึบแสงได้อย่างแม่นยำ รวมถึงชั้นออปติคอลสะท้อนแสงที่เพิ่มความสดใสสวยงามให้กับสีสัน ขณะที่การเคลือบสารกันรอยนิ้วมือก็ทำให้คุณสามารถเช็ดรอยเปื้อน และรอยนิ้วมือออกได้ง่ายๆ อีกทั้งยังใช้สแตนเลสสตีลเกรดเดียวกับที่ใช้ทำเครื่องมือศัลยกรรม มาพร้อมการชาร์จแบบไร้สาย  และยังทนน้ำทนฝุ่นด้วย

ด้านกล้องนั้น ไอ โฟน x ก็ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเป็นกล้องคู่ที่มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ขึ้น และไวขึ้น มาพร้อมฟิลเตอร์สีแบบใหม่ พิกเซลที่เก็บรายละเอียดได้มากขึ้น  และกล้องเทเลโฟโต้ใหม่ที่มาพร้อมระบบ OIS พร้อมทั้งสามารถสร้างเอฟเฟ็กต์การจัดแสงคุณภาพระดับสตูดิโอที่สวยงามสะดุดตาได้อีกด้วย  และยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล และเลนส์ไวแสง จึงสามารถถ่ายรูป และวิดีโอได้อย่างสวยงาม

อีกทั้งยังโดดเด่น แม้ว่าจะอยู่ในสภาวะแสงน้อย ส่วนการถ่ายวิดีโอก็สามารถบันทึกได้ในระดับ 4K 60fps สโลว์โมชั่น 1080p 240fps เลยทีเดียว  และกล้องหน้าก็ทำได้ดีมากเหมือนกัน ด้วยกล้อง TrueDepth กล้องหน้าที่ให้คุณถ่ายเซลฟี่ได้อย่างคมชัด ในขณะที่ฉากหลังเบลอได้อย่างสวยงาม  และความสามารถที่จะวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่แตกต่างกันกว่า 50 รูปแบบ เพื่อจำลองการแสดงออกทางใบหน้าของคุณบน Animoji ที่มีให้เลือก 16 แบบ คราวนี้จะอยากเป็นแพนด้า หมู หรือหุ่นยนต์ก็เป็นได้เลย

คราวนี้มาถึงเรื่องความชาญฉลาดของ ไอโฟน X ที่เด่นๆเลยก็ คือ กล้อง TrueDepth นี่ละ ที่บันทึกข้อมูลใบหน้าของคุณได้อย่างแม่นยำ โดยการฉาย และวิเคราะห์จุดแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่ากว่า 30,000 จุด เพื่อสร้างแผนผังโครงสร้างใบหน้าของคุณในแนวลึก และยังจับภาพอินฟราเรดของใบหน้าของคุณอีกด้วย  และถึงแม้จะเป็นกล้องตัวเล็กๆ แต่ก็เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่ Apple เคยคิดค้นมาเลยทีเดียว โดยภายในประกอบไปด้วยกล้อง และเซ็นเซอร์ที่เป็นหัวใจสำคัญในการใช้งาน Face ID ซึ่งเป็นการปลดล็อค และยืนยันตัวตนที่ปลอดภัย และเป็นส่วนตัวที่สุด เพราะข้อมูล Face ID ของคุณนั้นจะได้รับการเข้ารหัส และปกป้องด้วย Secure Enclave  และข้อมูลของคุณจะไม่มีทางออกไปจากอุปกรณ์  และจะไม่มีการสำรองข้อมูลไว้ใน iCloud หรือที่อื่นใด

 และความชาญฉลาดอีกเรื่องของ ราคาไอโฟน x ก็ไม่ปราณีเช่นเดียวกับฟังก์ชั่น Face ID ที่จะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่คุณกำลังให้ความสนใจเครื่องอยู่  และจะปลดล็อค ไอ โฟน x ก็ต่อเมื่อคุณมองเครื่องขณะที่ลืมตาอยู่เท่านั้น  และ Face ID ยังสามารถแสดงการแจ้งเตือน และข้อความ เปิดหน้าจอสว่างค้างไว้ขณะที่คุณกำลังอ่าน หรือลดความดังของเสียงนาฬิกาปลุก และเสียงเรียกเข้าได้ด้วย

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี  และความชาญฉลาดของสมาร์ทโฟน ไอ โฟน x  มีมากมายเลยทีเดียว  และนี่ยังเอ่ยไม่หมดเสียด้วยซ้ำ เอาเป็นว่า ถ้าใครอยากจะทดลองด้วยตนเอง  และมีกำลังทรัพย์มากพอ ราคา ไอโฟน เอ็กซ์ ที่ไม่เบาก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของกันได้เลย

Huawei nova 2i จุดขายที่น่าจับจอง

nova

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แบรนด์โทรศัพท์มือถือหลายแบรนด์ได้ออกสมาร์ทโฟนตัวใหม่พร้อมฟังก์ชันใหม่ๆ ออกมาเพื่อแข่งขันกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าตลาดอย่าง Apple  และ Samsung เองก็ไม่นิ่งเฉยที่จะพัฒนาฟังก์ชันของสมาร์โฟนในเครือตัวเองเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน แต่ในขณะเดียวกันแบรนด์คู่แข่งใหม่ๆ ที่เข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนทั้ง Huawei ล่าสุดคือ nova 2i  , Xiaomi , OPPO หรือแบรนด์อื่นๆ เองก็พยายามที่จะชูจุดขายของตัวเองออกมาเพื่อเรียกคะแนนจากผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนให้หันมาใช้แบรนด์ของตัวเองแทน 

ในจุดนี้เองที่ทำให้ตลาดของสมาร์ทโฟนเติบโตอย่างรวดเร็วเพราะทุก ๆ แบรนด์พยายามที่จะแข่งกันด้วยฟังก์ชันต่างๆ  และอยากที่จะพาแบรนด์ของตัวเองไปอยู่อันดับหนึ่งของตลาดสมาร์ทโฟนให้ได้

            จนถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่า ตลาดสมาร์ทโฟนเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมากซึ่งหนึ่งในแบรนด์ที่กำลังขยับสู่อันดับต้นๆ ของตลาดสมาร์ทโฟนในตอนนี้ก็คือ Huawei ซึ่ง Huawei เนี่ยเป็นแบรนด์ที่เริ่มประสบความสำเร็จจากตลาดประเทศจีนก่อน  และจึงเริ่มขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆ โดย Huaweiเองเป็นแบรนด์ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งเรื่องความน่าเชื่อถือของตัวแบรนด์เองฟังก์ชันใหม่ๆ ที่น่าสนใจ รวมถึงการบุกตลาดในประเทศต่า งๆ  สมาร์ทโฟนของ Huawei เป็นที่ยอมรับมากทั้งรุ่นที่เป็นตัวรอง  

และรุ่นตัวท็อปผู้ใช้สมาร์ทโฟนจำนวนมากในประเทศไทยเริ่มหันมาใช้ของแบรนด์ Huawei เพราะระบบประมวลผล และฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ทำงานได้เทียบเท่ากับสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ของเจ้าตลาดในราคาที่ย่อมเยาว์กว่ามาก ซึ่งสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ Huawei เองมีหลายรุ่นที่ได้รับความนิยมซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือตระกูล Nova ของ Huawei ที่ทำดีมาตลอด โดยรุ่นล่าสุดก็คือ Huawei No va2i ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันใหม่

Huawei nova 2i ตัวใหม่ที่มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล IPS แบบไร้ขอบ Fullview display ขนาด 5.9 นิ้ว ความชัดระดับ FHD+  และเป็นรุ่นแรกของหัวเว่ยที่ปรับมาใช้จอกระจกขอบโค้ง นั่นทำให้หน้าจอ  สามารถแสดงผลได้อย่างเต็มที่ บอดี้ของเครื่องขึ้นรูปจากอลูมิเนียมชิ้นเดียวหรือการประกอบแบบ Unibody ด้วยดีไซน์จอแสดงผล และบอดี้ของเครื่องทำให้ภาพรวมของตัวหัวเว่ย โนว่า2i ออกมาดูดี ดูแพง และแปลกใหม่จากความเป็นหัวเว่ย  

ถัดมาเป็นกล้องเลนส์คู่ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ด้านหน้ามีความละเอียดถึง 13 ล้านพิกเซล + 2 ล้านพิกเซล  และกล้องหลังละเอียด 16 ล้านพิกเซล + 2 ล้านพิกเซลยังมีฟีเจอร์การปรับแสง และ โหมดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Beauty การถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ หรือการปรับโหมดต่างๆ ซึ่งในตรงนี้เองที่จะทำให้ภาพจากกล้องของหัวเว่ย โนว่า2i สามารถปรับแต่ง และปรับโหมดออกมาตามสไตล์ของผู้ใช้งานได้อย่างแน่นอน นอกจากระบบสแกนลายนิ้วมือแล้วหัวเว่ย โนว่า 2i ยังสามารถล็อคแอปพลิเคชั่นที่ต้องการความเป็นส่วนตัวไว้อีกชั้นได้ด้วย ในส่วนนี้ก็ทำออกมาได้ดี และสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

ฟังก์ชั่น Smart Screenshot  และ Knuckle dual view ที่สามารถใช้ข้อนิ้วในการทำงานต่างๆ ทั้งการเคาะหน้าจอเพื่อจับภาพหน้าจอ และการลากเพื่อแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานทั้งสองแอปพร้อมๆ กันก็สามารถใช้ได้ในรุ่นนี้เช่นกัน สามารถใส่ซิมได้ 2 ซิม และใช้งานพร้อมกันได้โดยที่ซิมรองจะปรับไปเป็นระบบ2Gในขณะใช้งานซิมหลัก

ในเรื่องของแบตเตอรี่ ถึงแม้ว่าจะมีความจุของแบตเตอรี่ถึง 3340 mAh ก็ยังมีฟังก์ชัน power saving หากต้องการใช้งานให้ได้ยาวนานขึ้น นอกจากนั้น แล้วชิปประมวลผลหรือCPUตัวใหม่ก็ทำให้สามารถประมวลผลได้รวดเร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ของหัวเว่ย จะเห็นได้ว่าการพัฒนาของหัวเว่ยเองทำได้ดีมาก เพราะคุณสมบัติที่เห็นมาแทบจะเทียบเท่ากับสมาร์ทโฟนของเจ้าตลาดได้ในทุกๆ ฟังก์ชั่นเลยทีเดียวนอกจากนั้นแล้วภายในกล่องก็ยังมีของที่แถมมาพร้อมกันไม่ว่าจะเป็น หัวชาร์จ สายชาร์จ หูฟัง และเคสกันกระแทก ถือว่าสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยทำออกมาได้ดี และครอบคลุมในทุกรูปแบบการใช้งานเลยทีเดียว

จากที่ได้กล่าวมา สมาร์ทโฟนของ Huawei เองพัฒนาในหลายๆ ด้านเพื่อให้เทียบเท่ากับเบรนด์ที่กำลังเป็นเจ้าตลาดสมาร์ทโฟนซึ่งถ้าดูจากภาพรวมแล้วก็ถือว่าHuaweiแทบจะทำสำเร็วในการบุกตลาดครั้งนี้เพราะด้วยฟังก์ชั่น ระบบประมวลผล กล้องรวมถึงดีไซน์ของสมาร์ทโฟนที่หัวเว่ยได้ทำออกมาคุณภาพสามารถเทียบเท่ากับแบรนด์อื่นในสเปคเดียวกันได้ในราคาย่อมเยาว์กว่ามีให้เลือกถึง 3 สีด้วยกันคือสีดำ (Titanium Gray) สีทอง (Prestige Gold)  และสีน้ำเงิน (Aurora Blue) Huawei รุ่นนี้ จึงสามารถเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับคนที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนตัวใหม่ที่สเปคสูงแต่ราคาไม่สูงมากนั่นเอง

razer ปีทองของ Gaming Gear

razer

จากสถานการณ์ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ Gaming Gear มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดเป็นอย่างมาก เนื่องจากกระแสเกมส์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวเกมส์ใหม่ๆ หรือการขยับให้ E-Sports กลายเป็นกีฬาอย่างเป็นทางการ เรียกได้ว่าช่วงนี้กำลังเป็นปีทองของ Gaming Gear เลยทีเดียว ดังนั้น เพาเวอร์บายจึงคัดสรรเลือกสินค้า Gaming Gear ที่มีความน่าสนใจ คุณภาพดีมาให้ผู้ซื้อเลือกชมกัน ซึ่งมาจากหลากหลายยี่ห้อเลือกสรรกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น razer , Logitech เป็นต้น

จากการเกริ่นไปในเบื้องต้น เหล่านักเล่นเกมทั้งหลายต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีอะไรบ้างที่จำเป็นต่อการเล่นเกมหรือการแคสเกม ไม่ว่าจะเป็น โน้ตบุ๊ก เดสก์ทอป คีย์บอร์ด เมาส์ รวมไปถึงจอมอนิเตอร์ แต่อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ หูฟังเกมมิ่ง หรือ Gaming Headset ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยเพิ่มอรรถรสให้การเล่นเกมของคุณให้มากขึ้น ให้คุณมีความรู้สึกร่วมไปกับเกมที่เล่น เสมือนกับคุณเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ด้วยเลยทีเดียว

            โดยปัจจุบันนั้นได้มีหูฟังเกมมิ่ง หรือ Gaming Headset หลากหลายแบรนด์เหลือเกินที่วางจำหน่ายอยู่ทั่วไป แต่วันนี้ที่จะมาแนะนำกันก็คือ Logitech หูฟังเกมมิ่ง รุ่น G35 และ RA ZER หูฟังเกมมิ่ง (สีดำ) รุ่น Kraken 7.1 V2 Oval ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ชื่อดังทั้ง 2 แบรนด์เลยละ โดยที่เราจะแนะนำเป็นตัวแรกก็คือ LOGITECH หูฟังเกมมิ่ง รุ่น G35 ซึ่งจะมีคุณสมบัติอะไรบ้างนั้นไปเริ่มกันเลย

LOGITECH หูฟังเกมมิ่ง รุ่น G35

LOGITECH

            สำหรับหูฟังเกมมิ่งรุ่นนี้มาพร้อมกับย่านรับเสียงที่ 20 Hz – 20,000 Hz และระบบเสียงเซอร์ราวด์ DOLBY HEADPHONE 7.1 ให้เสียงรอบทิศทาง 360 องศา เพื่อให้คุณได้ยินเสียงศัตรูก่อนที่จะเห็นตัวศัตรูก่อน โดยเป็นการแยกข้อมูลเสียงออกจากกัน 7 ช่องสัญญาณ รวมถึงช่องสัญญาณ Low Frequency Effects (LFE) หรือที่เรียกว่าระบบเสียงเซอร์ราวด์ 7.1 นั่นเอง ซึ่งจะมีซอฟต์แวร์ Dolby Headphone ที่ช่วยจัดวางตำแหน่งของแต่ละช่องสัญญาณได้อย่างเหมาะสม

อีกทั้ง ยังมีปุ่ม G-KEY 3 ปุ่ม ที่สามารถใช้ควบคุมสิ่งต่างๆ ได้ เช่น ดนตรี คำสั่งปุ่มลัด และอื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึงการรองรับ USB แบบดิจิตอล เพื่อให้คุณได้ฟังเสียงที่มากกว่าและเล่นได้ดีขึ้นนั่นเอง ส่วนเรื่องดีไซน์นั้นออกแบบมาให้สามารถปรับระดับได้ตามที่คุณต้องการ ไมโครโฟนออกแบบให้สามารถพับเก็บได้ และยังมีปุ่มเปิดปิดไมค์อีกด้วย โดยจะมีไฟสีแดงแสดงสถานะอยู่

RA ZER หูฟังเกมมิ่ง (สีดำ) รุ่น Kraken 7.1 V2 Oval

razer 1

มาถึงตัวนี้ที่จะแนะนำคือ RA ZER หูฟังเกมมิ่ง (สีดำ) รุ่น Kraken 7.1 V2 Oval เป็นอีกตัวจาก Razer ที่มาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง 7.1 ที่ฮิตมากๆ ในเหล่าแก๊งค์เกมเมอร์ เพราะเซอร์ราวด์รอบทิศทางมาก และระบุตำแหน่งของเสียงได้อย่างแม่นยำ มีขนาดไดรเวอร์ 50MM ทำให้ได้เสียงที่โปร่งมากขึ้น และไม่อึดอัด เป็นอีกรุ่นที่ให้รายละเอียดของเสียงได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเสียงของฝีเท้าศัตรู หรือทิศทางกระสุนปืน ระเบิด ซึ่งถือว่าทำออกมาได้ดี พร้อมไมโครโฟนที่สามารถยืดหด บิดงอได้ตามต้องการ เป็นระบบเสียงแบบดิจิตอล ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนภายนอกได้อย่างดีเยี่ยม และการสื่อสารกับทีมที่ให้เสียงที่คมชัด โดยจะต้องทำงานควบคู่กับ Razer Synapse โดยตรงปลายของไมค์นั้นจะมีแสงไฟคอยบอกแจ้งว่าไมค์เปิดใช้อยู่หรือเปล่าอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่รูปทรงสวยงาม มาในโทนเรียบๆ สีดำ ใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียม สามารถขยับให้เหมาะกับรูปทรงของศีรษะ ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ฟองน้ำหูฟังเป็นแบบหนัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนภายนอก และมีการปรับให้มีขนาดใหญ่และนุ่มยิ่งขึ้น เพื่อความสบายตลอดการเล่นเกมที่ยาวนาน ส่วนด้านข้างหูฟังก็จะมีแสงไฟ RGB ที่สามารถปรับเปลี่ยนสีได้ 16.8 ล้านสี โดยจะแสดงให้เห็นเป็นโลโก้ของ Razer บอกเลยว่าเท่สุด!!

อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์เพาเวอร์บายยังมี Gaming Gear อีกมากมายที่ให้ได้เลือกสรรตามความต้องการ ในราคาที่คุ้มค่าและจับต้องได้ รวมไปถึงยังมีโปรโมชั่นต่าง ๆ ที่เป็นส่วนลดพิเศษโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้ซื้อได้เจอ Gaming Gear ที่ใช่ ในสไตล์ที่ชอบ

เลนส์ Nikon พร้อมรับทุกสถานการณ์ความต้องการ

Nikon

ช่างภาพแทบจะทุกคนจำเป็นต้องมีเลนส์ และ แฟลช ซึ่งประกอบด้วยกันหลายๆ ยี่ห้อ อาทิ Nikon , Fuji , Sony ฯลฯ แม้ว่าจะไม่ได้ถ่ายในที่แสงน้อย เพราะมีหลายเหตุผลที่ทำให้ต้องใช้เลนส์ และ แฟลช เช่น เมื่อมีแสงสว่างรอบตัวมาก แต่เลนส์ และ แฟลชที่ติดมากับกล้องให้แสงที่แข็งเกินไปและแบตเตอรี่กล้องหมดไวขึ้น การซื้อเลนส์ และ แฟลชแยกสามารถใช้เล่นกับการถ่ายภาพได้หลายอย่าง โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่าย Portrait ย้อนแสง ปัจจุบันประเภทของแฟลชจะประกอบด้วย

แฟลชภายนอก (External Flash Units) เป็นแฟลชแยกชนิดสำหหรับติดกับ Hot Shoe ของกล้อง (Hot Shoe คือช็อกเก็ตสำหรับติดแฟลชซึ่งมีขั่วเชื่อมต่อไฟฟ้า) ซึ่งที่ตัวแฟลชจะมีแบตเตอรี่ด้วย ทำให้ใช้งานง่าย และให้กำลังส่องสว่างสูง

แฟลชกำลังสูงขนาดใหญ่ (Large Flash Units) เป็นแฟลชประเภทที่มีหัวแฟลชและแหล่งพลังงานแยกกัน โดยปกติหัวแฟลชจะติดบนขาตั้ง และมีการชาร์จพลังงานที่รวดเร็ว หลังจากที่ยิงแฟลชออกไป ด้วยเวลาในการชาร์จพลังใหม่ค่อนข้างสั้น บวกกับการยิงแฟลชที่เสถียร ช่วยให้สามารถถ่ายภาพได้อย่างไร้กังวล

โดยบางรุ่นอาจมีการติดตั้งแล่งพลังงานมาด้วย หรือใช้เเบตเตอรี่พิเศษ กำลังส่องสว่างจะเเสดงหน่วยเป็นวัตต์ (W) เเทนไกด์นำเบอร์ (GN) โดยทั่วไปแแฟลชประเภทนี้ จะใช้สำหรับการถ่ายภาพในเชิงพานิชย์ (แม้ว่าในบางรุ่นจะมีราคาที่ไม่แพงมากสำหรับผู้ที่ไม่ใช่มืออาชีพ) และช่างภาพส่วนใหญจะใช้งานร่วมกับร่มหรือ Light box แทนการใช้แสงจากหัวแฟลชโดยตรง

ในขณะที่อุปกรณ์เสริมอย่างเลนส์นั้น ก็แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ 1. เลนส์ไพร์ม (Prime Lens) คือเลนส์ที่มีระยะโฟกัสตายตัวแค่ช่วงเดียวเท่านั้น แต่จะให้ภาพที่คมชัด มีให้เลือกตั้งแต่ระยะไวด์ไปถึงเทเล เช่น 24 มม., 85 มม., และ 100 มม. เป็นต้น ซึ่งมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ช่วยให้พกพาสะดวก เพราะมีจำนวนชิ้นเลนส์น้อย

2. เลนส์ซูม (Zoom Lens) เป็นเลนส์ที่สามารถปรับระยะซูมได้หลายช่วงในเลนส์เดียว เช่น 16-35 มม. และ 70-300 มม. ภายในเลนส์ประกอบด้วยชิ้นเลนส์หลายชิ้น เพื่อประสิทธิภาพในการซูม ส่งผลให้ตัวเลนส์มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ ฉะนั้นจะของแนะนำเลนส์กล้องที่น่าสนใจ

เลนส์ nikon (200-500mm, f/5.6E, สีดำ) รุ่น AF-S 200-500 f/5.6E ED VR ให้ภาพที่น่าตื่นตะลึงเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไป AF-S NIKKOR 200-500mm f/5.6E ED VR ให้รูรับแสง f/5.6 เพื่อประสิทธิภาพที่เหนือชั้น ออกแบบมาเพื่อความเป็นเลิศในที่กลางแจ้ง

เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการบันทึภาพถ่ายตรงหน้า เลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ยอดเยี่ยมนี้สามารถทำให้เลนส์โฟกัสได้เสมอ จับภาพและแบ่งปันมุมมองที่สวยงามของนก สัตว์ป่า นักกีฬา นักแสดง สถานที่สำคัญและเรื่องราวอื่น ๆ ที่ห่างไกล รูรับแสงกว้าง f/5.6

ช่วยให้ภาพของคุณได้ภาพพื้นหลังที่ไม่อยู่ในโฟกัสของคุณดูสวยงามในช่วงซูมทั้งหมด เปลี่ยนการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วลงในลำดับภาพที่พรั่งพร้อม – ไดอะแฟรมแบบแม่เหล็กไฟฟ้าทำงานในแบบซิงค์สำหรับวัตถุที่เร็วที่สุด

ความเร็วชัตเตอร์ขณะที่ระบบป้องกันภาพสั่นไหวของ Vibration Reduction ทำให้ภาพของคุณคมและมั่นคง และในกรณีพิเศษที่จำเป็นต้องเข้าถึงตัวเลือกเพิ่มเติม คุณสามารถเพิ่มกำลังซูม AF-S NIKKOR 200-500mm f / 5.6E ED VR ด้วยตัวแปลงสัญญาณ Ni kon 1.4x, 1.7x หรือ 2x ที่เป็นอุปกรณ์เสริมได้

พิชิตทุกระยะทาง ซูมภาพขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา ไม่ว่าวัตถุของคุณจะอยู่ห่างไกลหรือใกล้เพียงใด เร็วหรือช้าแค่ไหน คุณก็สามารถถ่ายภาพได้ ในกล้องรูปแบบ FX ขนาด 500 มม.

ถ่ายภาพนกที่ห่างไกล สัตว์ป่า นักกีฬา นักแสดง สถานที่สำคัญและอื่น ๆ มาไว้ในโฟกัสได้อย่างจัดวาง ในกล้องรูปแบบ DX จะเพิ่มเอฟเฟกต์ซูม 1.5 เท่าสำหรับมุมมองที่เทียบเท่ากับ 750 มม. และแม้จะมีพลังอันสุดขั้วดังกล่าวคุณยังสามารถโฟกัสไปที่วัตถุที่อยู่ใกล้สุดราว 7.2 ฟุตสำหรับรายละเอียดที่ชัดที่สุด

เลนส์ ni kon AFS 20mm f/1.8G ED ให้มุมมองเลนส์กว้าง 20 มม. คุณจึงสามารถจับภาพภูมิประเทศและสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย จัดงานแต่งงานงานปาร์ตี้ คอนเสิร์ตทั้งวงบนเวที การถ่ายภาพหมู่และอื่น ๆ ก็ย่อมได้

เพิ่มความสามารถในการใช้แสงน้อยในมุมมองภาพนั้นๆและเพิ่มความเป็นไปได้ในการถ่ายภาพให้ไม่มีที่สิ้นสุด เลนส์ AF-S NIKKOR 20mm f / 1.8G ED ขนาดกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบา มีความสามารถในการใช้แสงน้อยและความลึกตื้นของสนามที่มีค่าสูงสุด f / 1.8 รูรับแสง

steelseries คีย์บอร์ด เกมมิ่งกับกระแสที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

steelseries

เชื่อว่าตั้งแต่โลกก้าวเข้าสู่ยุคทองแห่งการสื่อสารและเทคโนโลยี หลาย ๆ ท่านอาจจะได้ไปเยี่ยมชมตามงานอีเวนท์เกมต่าง ๆ ซึ่งได้มียี่ห้อต่างๆ มากมายตบเท้าเข้ามาเป็นคู่แข่งกัน อาทิ steelseries , Razer , Logitech และอีกมากมาย ฉะนั้น คงรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ ได้รับความนิยมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น คีย์บอร์ด เกมมิ่งเมาส์ หูฟังเกมมิ่ง จอยเกม และหนึ่งในอุปกรณ์ที่เติบโตอย่างเห็นได้ชัดเลย คือ แมคคานิคอล คีย์บอร์ด

โดยคีย์บอร์ด เกมมิ่งแบบแมคคานิคอลนั้นเป็นอย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าจะตอบสนองไวกว่าคีย์บอร์ดธรรมดาทั่ว ๆ ไป เนื่องจากจุดทำงาน (Actuation Point) ของปุ่มบนแมคคานิคอล คีย์บอร์ดจะตื้นกว่าคีย์บอร์ดแผ่นยางธรรมดาๆ ทำให้เชื่อกันว่าเวลาเล่นเกมจะสามารถตอบสนองได้อย่างว่องไวกว่า รวดเร็วกว่าและดีกว่า

แม้ตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จะมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่อุปกรณ์เพื่อการเล่นเกม โดยเฉพาะแมคคานิคอล คีย์บอร์ดนั้นกลับเติมโตอย่างเห็นได้ชัดซึ่งกระแสคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกแบบ หรือโมดิฟาย มาเพื่อตอบโจทย์เหล่าเกมเมอร์เล่นเกมนั้นก็ได้เกาะพ่วงกระแสเติบโตขึ้นมา อย่างที่เรียกว่าเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็ว่าได้ อุปกรณ์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแค่สิ่งที่จำเป็นต้องมีไม่ให้ได้ความสำคัญอะไรในรายละเอียดมากนัก

อย่างคีย์บอร์ด เกมมิ่ง เมื่อก้าวผ่านเข้าสู่ยุคของเกมเมอร์แล้ว ทั้งยี่ห้อ steelseries , Razer , Logitech ก็ได้ให้ความสำคัญกของส่วนประกอบหรือวัสดุในการผลิต เนื่องจากในอุตสาหกรรมเกมมิ่งคอมพิวเตอร์แล้วนั้น เวลาเพียงเสี้ยววินาทีสำหรับเกมเมอร์นั้น หมายถึงผลแพ้ชนะที่สร้างความแตกต่างกันได้อย่างสุดขั้ว ซึ่งผลของกระแสคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง สำหรับคอเกมเมอร์อันหอมหวนนี้ ทำให้ผู้ผลิตทั้งที่มีอยู่ในตลาดเดิมและผู้ผลิตหน้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็น steelseries , Razer , Logitech , sony ฯลฯ ต่างก้าวเข้ามาขอมีส่วนแบ่งในเค้กก้อนโตก้อนใหม่นี้กันอย่างสนุกสนาน ด้วยการพัฒนาอุปกรณ์เสริมหลากหลายด้าน ออกสู่ตลาดจนทำหลายคนแม้จะไม่ใช่ผู้เล่นเกมก็ต่างอย่างที่จะทดลอง และเป็นเจ้าของอุปกรณ์เหล่านี้

เกี่ยวกับประเภท Keyboard : คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ป้อนข้อมูลที่สำคัญที่สุด พัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องพิมพ์ดีดที่ถูกแทนที่ด้วยการเข้ามาของเครื่องคอมพิวเตอร์ ถึงแม้ว่าจะมีเทคโนโลยีการป้อนข้อมูลให้เลือกใช้หลากหลายประเภทในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็น เมาส์, จอแบบสัมผัส, กล้อง หรือแม้แต่การป้อนข้อมูลด้วยเสียงก็ตามที คีย์บอร์ดก็ยังคงเป็นอุปกรณ์ที่ยังมีความสำคัญเพราะการตอบสนองกลับทางกายภาพ และความแม่นยำ ที่เป็นจุดเด่นของคีย์บอร์ดสำหรับการข้อความ พิมพ์เอกสาร ได้สะดวกรวดเร็วที่สุด ตราบเท่าที่นิ้วมือของท่านจะเคลื่อนไหวไปบนแป้นพิมพ์ได้เร็วแค่ไหนแป้นพิมพ์ก็จะรับคำสั่งได้รวดเร็วมากเท่านั้น โดยคีย์บอร์ดในปัจจุบันจะสามารถแบ่งการทำงานในด้านกลไกปุ่มกดออกมาได้เป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ดังนี้

กลไกแบบ Rubber Dome วิธีนี้จะใช้แผ่นยางปั้มนูนเพื่อให้เรากด เมื่อกด ยางจะต่อขั้วไฟฟ้าจนครบวงจรแล้วส่งค่าปุ่มคำสั่งที่รับมาต่อไปยังคอมพิวเตอร์  ข้อดีคือกลไกการรับคำสั่งแบบนี้มีต้นทุนต่ำมากส่งผลให้ตัวคีย์บอร์ดนั้นมีราคาค่อนข้างจะถูกโดยเริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยบาท เพราะใช้ชิ้นส่วนในการผลิตน้อย แต่ก็มีข้อเสียคือถ้ากดปุ่มคีย์บอร์ดหลายปุ่ม พร้อม ๆ กันหรือต่อเนื่องกันอย่างรวดเร็วในเวลาเดียวกัน อาจเกิดการผิดพลาดในการรับคำสั่งได้ง่าย และยังมีปัญหาจากการผิดพลาดของแผงวงจรเกิดขึ้นง่ายทำให้เป็นคีย์บอร์ดที่มีอายุการใช้งานไม่ยาวนานมากนัก

กลไกแบบ Mechanical Keyboard เป็นต้นกำเนิดของคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ในยุคแรกเริ่มเลยทีเดียว โดยหลักการทำงานของกลไกแบบ Mechanical คือแต่ละปุ่มกดจะมีกลไกของสปริงในการยกปุ่มลอยเหนือขั้วไฟฟ้าข้างในสวิตช์ เมื่อผู้ใช้กดปุ่มลงไป ขั้วไฟฟ้าจะครบวงจรแล้วส่งค่าปุ่มคำสั่งที่รับมาต่อไปยังคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อดีคือมีความแม่นยำในการป้อนข้อมูลสูงมาก โดยแต่ละปุ่มจะมีกลไกรับค่าคำสั่งเป็นตัวของตัวเอง รองรับการรับคำสั่งที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันหรือแม้กระทั่งเกิดขึ้นติดต่อกันอย่างต่อเนื่องจากการรัวปุ่มกดเดิมซ้ำๆ กันก็สามารถตอบสนองต่อคำสั่งได้อย่างแม่นยำ จึงมักถูกเลือกให้เป็นตัวเลือกแรกๆ ในการเป็นคีย์บอร์ดของเหล่าเกมเมอร์ แต่ก็แลกมาด้วยราคาค่าตัวคีย์บอร์ดที่ค่อนข้างจะสูงเนื่องจากกลไกการทำงานที่ซับซ้อนและใช้ชิ้นส่วนในการประกอบที่มากกว่า สรุปรวมๆ คือ หากเทียบกับคีย์บอร์ดทั่ว ๆ ไปแล้ว Mechanical Keyboard นั้นสามารถดูรักษาและมีระยะการใช้งาน รวมไปถึงจำนวนครั้งที่มากกว่าแป้นพิมพ์ทั่ว ๆ ไปหลายเท่า

Xiaomi เทคโนโลยีอยู่รอบตัวคุณ

"mi"

               พูดถึงสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เรารู้จักกันอยู่ในปัจจุบันนี้หลายคนต้องรู้จักแบรนด์ที่ชื่อ Xiaomi ที่ทำ Smartphone และ “mi” ที่ทำ Gadget ต่าง ๆ แน่นอน ซึ่งทั้ง 2 ไลน์สินค้านั้นมาจากบริษัทเดียวกันและครอบคลุมความต้องการในชีวิตของผู้ใช้ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก

          เราจะมาดูกันว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไหนที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้บ้างและมีจุดเด่นที่น่าสนใจอย่างไร

          1. Redmi Note 7

          ถ้าพูดถึง Smartphone ที่มีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม แต่ว่าราคาย่อมเยาก็ต้องจากผู้ผลิต Xiaomi เลย และ Redmi Note 7 ก็ถือว่าน่าจับตามองมากเลยทีเดียวในตลาด Smartphone ในปัจจุบัน โดยมีหลากหลายสเปคให้เลือกซื้อทั้ง แรม 3 GB + หน่วยความจำ 32 GB ราคา 4,999 บาท แรม 4 GB + หน่วยความจำ 64 GB ราคา 6,599 บาท และรุ่น แรม 4 GB + หน่วยความจำ 128 GB ราคา 6,799 บาท

          Redmi Note 7 เป็น Smartphone ที่โดดเด่นในเรื่องประสิทธิภาพและความคงทน เพราะก่อนหน้านี้ผู้บริหารเคยเผยแพร่คลิปทดสอบด้วยการนำไปทุบผลไม้เปลือกแข็งเปลือกอ่อน โดยไม่สามารถทำความเสียหายให้กับตัวเครื่องได้เลย

          รูปร่างหน้าตาของตัวเครื่องนั้นดูดีทันยุคสมัยมาก หน้าจอกว้างเกือบสุดขอบแต่ว่าไม่มีรอยแหว่งให้เห็นเลย ซึ่งมีลักษณะการออกแบบดูเหมือนหยดน้ำ กล้องหลังเป็นกล้องคู่ที่มีตัวหลักจัดหนักจัดเต็มในเรื่องความชัดที่ 48 ล้านพิกเซล ส่วนตัวรองมีความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล มี Port เชื่อมต่อต่าง ๆ ครบครันเลยทีเดียว

          2. Xiaomi “mi” AirDots

               ตอนนี้ต้องบอกว่าหูฟังที่ได้รับความนิยมและตอบโจทย์การใช้งานของผู้คนทั่วไปก็ต้องเป็นหูฟังแบบ True Wireless แน่ ๆ เพราะว่าไม่มีสายใด ๆ และสามารถพกพาไปใช้งานในที่ต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วสมบูรณ์แบบ ทั้งนี้ยังสามารถชาร์จไฟได้จากเคสที่ใส่อีกด้วย ยิ่งถ้าเป็นรุ่นที่มีราคาสูงก็สามารถกันน้ำกันฝุ่นได้นั่นเอง

          โดย Xiaomi mi AirDots นั้นเป็นหูฟังจากบริษัท Xiaomi ที่เป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมาก เพราะว่ามีดีไซน์ที่สวยงามและการทำงานที่มีประสิทธิภาพในราคาประมาณ 500 กว่า ๆ ตัวหูฟังมีน้ำหนักเพียง 4.2 กรัม มีไดร์ฟเวอร์ของตัวหูฟังอยู่ที่ 7.2 mm ให้เสียงที่ค่อนข้างดีฟังเพลงได้หลายแนว ตัว Bluetooth 5.0 นั้นเป็นเวอร์ชั่นมาตรฐานล่าสุดทำให้การฟังเพลงนั้นลื่นไหลการดูวีดีโอก็แทบไม่มีการดีเลย์เลย

          มีการควบคุมที่ง่ายดายนั่นก็คือการสัมผัสซึ่งสามารถเรียก Google Assistant หรือว่า Siri ได้ สามารถกดรับสาย วางสาย หรือเลี่ยนเพลงไปข้างหน้าข้างหลังได้เลย แต่ว่าไม่สามารถปรับลดระดับเสียงได้ซึ่งก็เหมาะสมกับราคา ตัวแบตเตอรี่เมื่อรวมกับการชาร์จกับเคสแล้วสามารถใช้งานได้สูงสุด 12 ชั่วโมง อยู่ห่างจากตัวเครื่องได้ไกลสุด 8-10 เมตรเลยทีเดียว

          รุ่นนี้ไม่สามารถกันน้ำได้ แต่ว่าก็สามารถใส่ออกกำลังกายเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้เหมือนกัน เมื่อเทียบกับราคาแล้ว การทำงานในระดับนี้ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ สามารถใช้งานได้ทั่ว ๆ ไป หรือถ้าใครมีหูฟัง True Wireless รุ่นอื่นที่ใช้เป็นประจำอยู่แล้วนี่ก็เป็นเครื่องสำรองได้เป็นอย่างดี

          3. Xiaomi mi Band 3

               Smart Watch เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและการออกกำลังกาย เพราะว่าอำนวยความสะดวกสบายให้อย่างเต็มที่ โดย  Xiaomi ก็มีสินค้า Smart Watch ที่ชื่อ mi Band 3 ออกมา โดยมีดีไซน์ที่เล็กน้ำหนักเบา เน้นไปที่ผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย

          มีหน้าจอแสดงผลแบบ OLED ขนาด 0.78 นิ้ว บนความละเอียด 128 x 80 พิกเซล แบตเตอรี่มีขนาดความจุอยู่ที่ 110mAh ซึ่งเฉลี่ยแล้วอาจจะใช้งานได้ถึง 20 วันในการชาร์จไฟ 1 ครั้งเลยทีเดียว

          มีฟังก์ชั่นการทำงานที่สำคัญ ๆ อย่างครบครันไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจและชีพจร คอยเก็บข้อมูลในการนอนหลับของผู้ใช้แต่ละวัน ทำหน้าที่วัดก้าวเดิน คำนวนแคลอรี่ เตือนข้อมูลของสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน ดูสภาพอากาศได้ เป็นต้น

          โดยถ้าใครกลัวว่าใส่ออกไปเดินข้างนอกไม่ได้นั้นก็ผิดเลย เพราะดีไซน์มีความเป็นแฟชั่น สามารถใส่ไปในที่ต่าง ๆ ได้อย่างสบาย ๆ และยังสามารถกันน้ำได้อีกด้วย

          และนี่คือเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีอยู่ในสินค้าของ Xiaomi เห็นไม่ครับว่าครอบคลุมความต้องการได้หลากหลายในชีวิตเลย